slide1 slide3 slide2 slide4

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เชิญเครือข่ายศาสนา เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เชิญเครือข่ายศาสนา

เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

 

 

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2017 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประสานงานเชิญเครือข่ายกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีผู้แทนองค์กรศาสนา 4 ศาสนา ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ  คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ เข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนาม  สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ส่งผู้แทนเข้าชมจำนวน 14 ท่าน นำโดยพระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์  สิริสุทธิ์  เลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ ซิสเตอร์วิมลรัตน์ ศรีธรักษา คุณพ่อสมเกียรติ บุญอนันตบุตร แมร์มีเรียม กิจเจริญ เซอร์อักแนส บุญรักษา  ศรีตระกูล เซอร์มารี หลุยส์  พรฤกษ์งาม เซอร์ปริสซิลลา พิมพ์ใจ  เพียเมือ และคณะ

 

สำหรับนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้ขนบธรรมธรรมเนียมโบราณราชประเพณีของไทย รวมเข้าชมพระเมรุมาศและอาคารจัดสร้างอย่างสมพระเกียรติ

ภายในนิทรรศการ ประกอบด้วย นิทรรศการพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างบริเวณพระที่นั่งทรงธรรม จุดนี้จะมีนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และจิตรกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากรพระราชดำริ ชื่อ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง เป็นนิทรรศการพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบด้วยรายงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ บริเวณทับเกษตร น่าสัมพผัสพระเมรุ ซึ่งจุดนี้จะเป็นนิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตาเพื่อให้ผู้พิการได้มีโอกาสสัมผัสของจริงแทนการมองด้วยสายตา ส่วนผู้พิการทางการได้ยินมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ ภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศที่แสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ เช่น พันธุ์ข้าวพระราชทาน หญ้าแฝก ต้นยางนา  มะม่วงมหาชนก กังหันชัยพัฒนา ฝายน้ำล้น สวนาข้าวจะมีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลขเก้าไทย

ทั้งนี้จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2017 รอบละ 5,500 คน และใช้เวลารอบละ 45 นาที - 1 ชั่วโมง  การแต่งกาย ควรแต่งด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย ไม่ใส่สายเดี่ยว กางยีนส์ขาด และให้นำบัตรประชาชนมาใช้ในการผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด ประกอบด้วย 1. บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์  2. บริเวณท่าช้าง   3. บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน  4. บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 5. บริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม