slide1 slide3 slide2 slide4

ฆราวาส – พระสันตะปาปาฟรังซิสสั่งให้พระสังฆราชใกล้ชิดกับฆราวาส

ฆราวาส – พระสันตะปาปาฟรังซิสสั่งให้พระสังฆราชใกล้ชิดกับฆราวาส

 

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสพบกับบรรดาพระสังฆราชแห่งบังคลาเทศ

 

            (วิทยุวาติกัน) วันที่ 1 ธันวาคม 2017 – สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงขอร้องบรรดาพระสังฆาชแห่งบังคลาเทศให้สร้างความสัมพันธ์กับบรรดาฆราวาสและให้มีความใกล้ชิดกับพวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนและครอบครัวซึ่งสามารถมีส่วนช่วยเหลือพระศาสนจักรได้เป็นอันมากตามพระพรพิเศษของพวกเขา  สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพบกับบรรดาพระสังฆราชของประเทศนี้ ณ บ้านพักพระสงฆ์ชราในนครดักกาเมื่อวันศุกร์อันเป็นวันก่อนที่จะเสด็จเดินทางกลับเย็นวันเสาร์หลังจากที่เยือนประเทศเมียนมาร์และเดินทางต่อมายังบังคลาเทศ

 

        ประเด็นใหญ่ของใจความคำปราศรัยของพระสันตะปาปาคือเรียกร้องบรรดาพระสังฆราชให้แสดง “ความใกล้ชิดด้านอภิบาลมากยิ่งขึ้นกับสัตบุรุษที่เป็นฆราวาส”

        “ขอให้ยอมรับและถือว่าพระพรพิเศษของบรรดาฆราวาสชายหญิงนั้นมีค่า และช่วยกันส่งเสริมให้พวกเขานำเอาพระพรเหล่านั้นมารับใช้พระศาสนจักรและสังคม”  เพราะเป็นพวกเขานั่นแหละที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

        พระองค์ยังทรงขอร้องให้บรรดาพระสังฆราชเพิ่มการพัฒนาสิ่งที่พระองค์เรียกว่า “หนทางที่สามในพระศาสนจักร นั่นคือ หนทางแห่งชีวิตผู้รับการเจิมถวายตัว” เนื่องจากผู้ถวายตัวมีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างชีวิตคาทอลิกในประเทศ

        ในประเทศที่คาทอลิกมีจำนวนเพียงหยิบมือ แค่ 0.2 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด มีพระสังฆราชเพียง 12 องค์ พระสงฆ์ทั้งหมด 372 องค์ และครูสอนคำสอน 1427 คน ซึ่งเป็นดุจธรรมทูตฆราวาส พระองค์ไม่ลืมที่จะยกย่องการแพร่ธรรมที่มีคุณค่ายิ่งของ “ครูคำสอนจำนวนมาก” ซึ่งพระองค์ตรัสว่า “ครูคำสอนผู้อุทิศตนหลายคน” เป็นบุคคลสำคัญเพื่อการเจริญเติบโตของความเชื่อและเพื่อการอบรมเยาวชนรุ่นต่อไป  พระองค์ทรงเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นที่พระศาสนจักรจะต้องคอยติดตามเยาวชนและพระสังฆราชจำต้อง “คิดว่าจะทำอย่างไรให้ดีที่สุดที่จะนำเอาความชื่นชมยินดี ความจริง และความงดงามแห่งความเชื่อมาแบ่งปันให้กับเยาวชน” พระสังฆราชต้องสร้างหลักประกันว่าเยาวชนต้องทราบถึงรากเหง้าของตนเพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถหล่อเลี้ยงรากเหง้าเหล่านั้นแล้วส่งผลดีต่อไปยังชนรุ่นหลัง

        “ต้องสนับสนุนให้กำลังใจพวกเขาในการใช้เวลาอยู่กับบิดามารดาและปู่ย่าตายาย”  และเมื่อกล่าวชมพระศาสนจักรบังคลาเทศที่พยายามเข้าถึงครอบครัว พระองค์ตรัสว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาชนของประเทศนี้รักครอบครัว มีเจตสำนึกดีในการต้อนรับแขก มีความเคารพต่อบิดามารดาปู่ยาตายาย มีการเอาใจใส่ผู้สูงอายุ คนเจ็บไข้ได้ป่วย และคนที่มีความเสี่ยง”  พระองค์ชมเชยสิ่งที่เรียกกันว่า “การมองการณ์ไกล”  “แผนการอภิบาลสำหรับพระศาสนจักรในบังคลาเทศ ปี 1985” ซึ่งพระองค์ตรัสว่า “วางแผนให้หลักการแห่งพระวรสารเป็นอันดับหนึ่งที่จะชี้นำชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักรในประเทศที่ยังเยาว์นี้” โดยเลือกเข้าข้างคนยากจน แต่พระองค์ทรงเน้นว่า “ในมุมมองวิกฤตผู้ลี้ภัยในปัจจุบัน เราเห็นว่ามีสิ่งที่จะต้องกระทำอีกมากมาย”