slide1 slide3 slide2 slide4

สาส์นของพระสันตะปาปาฟรังซิสสำหรับวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 26 มารดาแห่งพระศาสนจักร: “นี่แน่ะ ลูกของแม่.. นี่แน่ะ แม่ของเจ้า” และจากบัดนั้นเป็นต้นมาศิษย์คนนั้นนำพระมารดาไปอยู่กับตน”

สาส์นของพระสันตะปาปาฟรังซิสสำหรับวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 26

มารดาแห่งพระศาสนจักร: “นี่แน่ะ ลูกของแม่.. นี่แน่ะ แม่ของเจ้า”

และจากบัดนั้นเป็นต้นมาศิษย์คนนั้นนำพระมารดาไปอยู่กับตน”

วันที่ 11 ธันวาคม 2017

พระคาร์ดินัลปาโรลินที่ลูร์ด วันผู้ป่วยสากล

มารดาแห่งพระศาสนจักร<<”นี่แน่ะ ลูกของแม่ ... นี่แน่ะ  แม่ของเจ้า” และนับแต่นั้นเป็นต้นไปศิษย์คนนั้นก็พาพระแม่ไปอยู่ที่บ้านตน”>> จากพระวรสารโดยนักบุญยอห์น นี่เป็นหัวข้อแห่งสาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสสำหรับวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 26 ที่เราจะทำการเฉลิมฉลองกันในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นวันฉลองแม่พระแห่งเมืองลูร์ด

        ต่อไปนี้คือสาส์นฉบับเต็มซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาทรงลงพระนามเมื่อ วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันสมโภชพระคริสตกษัตริย์

 

 

มารดาแห่งพระศาสนจักร  “นี่แน่ะ ลูกของแม่ ... นี่แน่ะ แม่ของเจ้า”

และจากนั้นเป็นต้นไปศิษย์ก็นำพระมารดาไปอยู่กับตน (ยน. 19: 26-27)

พี่น้องชายหญิงที่รัก

        การรับใช้ของพระศาสนจักรต่อผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยต้องฟื้นฟูความเข้มแข็งและความซื่อสัตย์ต่อไปตามพระบัญชาของพระเยซูคริสตเจ้า (เทียบ ลก. 9: 2-6; มธ. 10: 1-8; มก. 6: 7-13) พร้อมกับเลียนแบบฉบับของพระอาจารย์ผู้ทรงมีพระบัญชานี้

        หัวข้อวันผู้ป่วยสากลปีนี้ที่ได้มาจากพระดำรัสที่พระเยซูเจ้าตรัสจากไม้กางเขนต่อพระนางมารีย์มารดาของตนและต่อยอห์น: “สตรีเอ๋ย นี่คือลูกของท่าน ... นี่แน่ะ แม่ของเจ้า และจากนั้นเป็นต้นไปศิษย์ก็รับพระนางไปอยู่ที่บ้านตน” (ยน. 19: 26-27)

  1. พระวาจาของพระคริสตเจ้าส่องสว่างพระธรรมล้ำลึกแห่งไม้กางเขนอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ได้หมายถึงวิบัติกรรมที่สิ้นหวัง แต่กลับตรงกันข้าม กลับกลายเป็นสถานที่ซึ่งพระองค์แสดงพระสิริมงคลและความรักของพระองค์จนถึงที่สุด แล้วความรักดังกล่าวก็กลายเป็นพื้นฐานและกฎเกณฑ์สำหรับชุมชนคริสตชนและชีวิตของศิษย์แต่ละคน

ก่อนอื่นใดพระวาจาของพระเยซูคริสต์คือบ่อเกิดแห่งกระแสเรียกของแม่พระเพื่อมนุษยชาติทั้งปวง ที่เป็นพิเศษคือพระแม่มารีย์จะทรงเป็นมารดาศิษย์แห่งพระบุตรของพระแม่ คอยดูแลเอาใจใส่พวกเขาและการเดินทางตลอดชีวิตของพวกเขา ดังที่เราทราบความเอาใจใส่ของแม่ต่อบุตรทั้งด้านจิตและด้านวัตถุต่อการเจริญเติบโตตนตลอดชีวิต

ความเจ็บปวดที่สุดแสนจะพรรณาบนไม้กางเขนทิ่มแทงดวงวิญญาณของพระแม่มารีย์ (เทียบ ลก. 2: 35) มิได้ทำให้พระแม่พิการ แต่กลับตรงกันข้าม ในฐานะที่ทรงเป็นมารดาของพระคริสตเจ้า หนทางใหม่แห่งการอุทิศตนเองได้ถูกเปิดออกต่อหน้าพระแม่  บนไม้กางเขนพระเยซูทรงแสดงความห่วงใยต่อพระศาสนจักรและมนุษยชาติ พระแม่ถูกเรียกให้แบ่งปันความห่วงใยดังกล่าวด้วย  ในการกล่าวถึงการเสด็จมาของพระจิตในวันเปนเตกอส (Pentecost) หนังสือกิจการของอัครสาวกแสดงให้เราเห็นว่าแม่พระทรงเริ่มมีบทบาทในชุมชนคริสตชนแรกๆของพระศาสนจักร  ซึ่งเป็นบทบาทที่ยังดำเนินต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด

  1. ยอห์นศิษย์รักคือรูปแบบของพระศาสนจักรซึ่งเป็นประชากรของพระผู้ไถ่     ยอห์นคงรับว่าแม่พระเป็นมารดาของตน  ในการกระทำดังกล่าวถึงเรียกร้องให้นำแม่พระไปอยู่กับเขาที่บ้านเพื่อที่พระแม่จะได้เป็นแบบฉบับแห่งความเป็นศิษย์  และให้เขาพิศเพ่งถึงกระแสเรียกแห่งความเป็นมารดาที่พระเยซูทรงมอบให้รวมถึงทุกสิ่งที่จะตามมา ทรงเป็นมารดาที่ให้กำเนิดบุตรมากมายซึ่งสามารถที่จะรักตามที่พระเยซูเจ้าทรงบัญชา  นี่เป็นเหตุผลที่กระแสเรียกแห่งการเป็นมารดาของแม่พระให้ดูแลบรรดาลูกจึงถูกมอบให้กับยอห์นและแก่พระศาสนจักรโดยรวม ชุมชนทั้งปวงแห่งศิษย์ล้วนรวมอยู่ในกระแสเรียกแห่งความเป็นมารดาของพระแม่มารีย์ ยอห์นผู้มีส่วนร่วมในทุกสิ่งกับพระเยซูคริสต์ทราบว่าพระอาจารย์ต้องการนำทุกคนให้ได้พบกับพระบิดาของพระองค์  เขาสามารถเป็นประจักษ์ต่อความจริงว่าพระเยซูไม่เพียงแต่ได้พบกับประชาชนจำนวนมากที่ทนทุกข์จากความเจ็บป่วยฝ่ายจิตเพราะความเย่อหยิ่งจองหอง (เทียบ ยน. 8: 31-39) และการเจ็บป่วยฝ่ายกายเท่านั้น (เทียบ ยน. 5: 6)  พระองค์ทรงประทานพระเมตตาและการให้อภัยทุกคน และทรงบำบัดคนป่วยให้เป็นดุจเครื่องหมายของชีวิตครบบริบูรณ์แห่งพระอาณาจักร ซึ่งพระองค์จะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดให้แห้ง  เฉกเช่นพระแม่มารีย์ สานุศิษย์ถูกเรียกร้องให้เอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน แต่มิใช่แต่เพียงเท่านั้น  พวกเขารู้ว่าดวงใจของพระเยซูนั้นเปิดกว้างสู่ทุกคนโดยไม่ยกเว้นผู้ใด  พระวรสารแห่งพระอาณาจักรต้องถูกประกาศให้ทุกคน และความรักเมตตาแห่งคริสตชนต้องแผ่ไปยังทุกคน เพียงเพราะว่าพวกเขาเป็นบุคคล เป็นบุตรของพระเจ้า
  2. กระแสเรียกเยี่ยงมารดาของพระศาสนจักรต่อคนที่เดือดร้อนและคนป่วยมีการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลาสองพันปีแห่งประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรซึ่งกระทำกิจกรรมที่น่าประทับใจมากมายเพื่อคนป่วย เราต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์แห่งการเสียสละอุทิศตน ซึ่งยังสืบต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ทั่วโลก  ในประเทศที่มีระบบการดูแลสาธารณสุขเพียงพอ งานของคณะนักบวชและสังฆมณฑลเป็นต้นโรงพยาบาลจะมุ่งไม่เพียงแต่จะให้การรักษาที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังจะเอาตัวมนุษย์เป็นศูนย์กลางในกระบวนการของการเยียวยารักษา ในขณะเดียวกันก็ทำการวิจัยค้นคว้าทางวิชาการที่เกี่ยวกับทั้งชีวิตมนุษย์ิและคุณค่าเชิงศีลธรรมของคริสตชน สำหรับประเทศที่ระบบสาธารณสุขยังมีไม่เพียงพอหรือยังไม่มี พระศาสนจักรพยายามทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้เพื่อยกมาตรฐานสาธารณสุข ขจัดอัตราการเสียชีวิตวัยทารก และป้องกันโรคระบาดต่างๆ  ทุกหนทุกแห่งพระศาสนจักรพยายามที่จะให้การดูแลรักษาแม้ในยามที่ตนไม่สามารถที่ให้ความช่วยเหลือได้  ภาพพจน์ของพระศาสนจักรคือการเป็น “โรงพยาบาลสนาม” ที่ให้การต้อนรับทุกคนที่ได้รับบาดแผลจากชีวิตเป็นความจริงที่เป็นรูปธรรม เพราะในบางภูมิภาคของโลก ธรรมทูตและโรงพยาบาลของสังฆมณฑลเป็นเพียงสถาบันเดียวที่ให้การพยาบาลดูแลประชาชน
  3. เรื่องราวยาวนานแห่งประวัติศาสตร์ในการรับใช้คนป่วยนี้เป็นบ่อเกิดแห่งความชื่นชมยินดีในภาคส่วนแห่งชุมชนคริสตชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปัจจุบันที่มีผู้คนจำนวนมากดำเนินการในพันธกิจนี้  แต่เราควรมองไปยังอดีตเพื่อทำให้เรามั่งคั่ง  เราควรเรียนรู้จากบทเรียนที่สอนเราเกี่ยวกับความใจกว้างและการเสียสละของผู้ตั้งสถาบันเพื่อรับใช้คนที่เจ็บไข้ได้ป่วย เราต้องขอบคุณความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความรักเมตตาของหลายคนตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา และอีกหลายๆคนที่ตั้งใจวิจัยค้นคว้าหาวิธีใหม่ๆเพื่อรักษาผู้ป่วย  ตำนานในอดีตสามารถช่วยเราให้มีอนาคตที่ดีกว่า เช่น การปกป้องโรงพยาบาลคาทอลิกมิให้มีจิตตารมณ์แห่งธุรกิจซึ่งเปลี่ยนการเยียวยารักษาโรคกลายเป็นกิจการที่แสวงหากำไรซึ่งลงเอยด้วยการไม่ให้ความสนใจกับคนยากจน  องค์กรที่ฉลาดและมีความรักเมตตาต้องมุ่งในจิตตารมณ์ว่า คนป่วยต้องได้รับความเคารพในศักดิ์ศรีของเขา ต้องเก็บเขาไว้ที่ศูนย์เพื่อผ่านกระบวนการเยียวยารักษา  สิ่งนี้ควรเป็นทัศนคติเดียวกันสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในโครงสร้างสาธารณะ  อาศัยการรับใช้ของพวกเขา พวกเขาถูกเรียกร้องให้ต้องเป็นประจักษ์พยานที่มีความน่าเชื่อถือต่อพระวรสารด้วย
  4. พระเยซูเจ้าทรงประทานอำนาจการเยียวยารักษาให้กับพระศาสนจักร “เครื่องหมายเหล่านี้จะมีอยู่กับผู้ที่มีความเชื่อ ... พวกเขาจะปกมือเหนือผู้ป่วยและพวกเขาจะหายจากโรค (มก. 16: 17-18)  ในหนังสือกิจการอัครสาวก เราอ่านเรื่องการที่นักบุญเปโตรรักษาโรค (เทียบ กจ. 3: 4-8) และนักบุญเปาโล (เทียบ กจ. 14: 8-11)  พันธกิจของพระศาสนจักรเป็นการตอบสนองต่อพระพรของพระเยซูคริสต์เพราะพระศาสนจักรทราบดีว่าตนต้องนำคนป่วยให้อยู่ภายใต้การพิศเพ่งของพระองค์  ซึ่งเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและความเมตตาสงสาร พันธกิจการดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นงานที่มีความจำเป็นและเป็นพื้นฐานที่จะต้องกระทำด้วยความกระตือรือร้นที่เร่าร้อนอยู่เสมอจากทุกคนนับตั้งแต่ชุมชนวัดไปถึงสถาบันรักษาสุขภาพที่ใหญ่ที่สุด  เราไม่อาจมองข้ามความรักอันอบอุ่นและความเพียรทนของครอบครัวเป็นอันมากในการเอาใจใส่ดูแลผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังหรือเด็กพิการ พ่อแม่ และญาติ  การดูแลเอาใจใส่ภายในครอบครัวเป็นประจักษ์พยานพิเศษแห่งความรักต่อมนุษย์  จำเป็นต้องมีการยอมรับรู้และได้รับการสนับสนุนด้วยนโยบายที่เหมาะสม  นายแพทย์ พยาบาล พระสงฆ์ ผู้ถวายตัวชายหญิง อาสาสมัคร ครอบครัวและทุกคนที่ดูแลคนป่วยล้วนมีส่วนร่วมในพันธกิจนี้ของพระศาสนจักร  นี่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันซึ่งทำให้คุณค่าแห่งการรับใช้ประจำวันของแต่ละคนมีความมั่งคั่งยิ่งขึ้น
  5. เราใคร่ขอฝากทุกคนที่เจ็บป่วยทางกายหรือจิตวิญญาณไว้กับพระแม่มารีย์ผู้ทรงเป็นมารดาที่อ่อนโยน เพื่อที่พระแม่จะช่วยให้พวกเขามีความหวัง  เราวิงวอนพระแม่ได้โปรดช่วยเราให้ต้อนรับผู้ป่วยที่เป็นพี่น้องชายหญิงของเรา  พระศาสนจักรทราบว่าตนต้องการพระหรรษทานพิเศษเพื่อทำหน้าที่ตามพระวรสารในการรับใช้คนป่วย ขอให้คำภาวนาของเราต่อมารดาของพระเจ้าโปรดประทานให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันต่อคำขอร้องเสมอที่ขอให้สมาชิกทุกคนของพระศาสนจักรจะเจริญชีวิตในความรักต่อกระแสเรียกที่จะรับใช้ชีวิตและสุขภาพ  ขอพระแม่มารีย์พรหมจารีย์โปรดวิงวอนสำหรับวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 26 นี้  ขอพระแม่โปรดช่วยผู้ป่วยให้มีประสบการณ์ในความทุกข์โดยร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเยซูคริสตเจ้า  ขอพระแม่โปรดสนับสนุนให้กำลังใจแก่ผู้ที่ดูแลคนป่วย  ข้าพเจ้าขออวยพรทุกคน ทั้งคนป่วย คนดูแลคนป่วยและอาสาสมัครทุกคน

 

จาก นครรัฐวาติกัน  วันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017

วันสมโภชพระคริสตกษัตริย์แห่งสากลโลก

              ฟรังซิส