slide1 slide3 slide2 slide4

การประชุมสมัชชาซีน็อดของบรรดาพระสังฆราช สมัยสามัญครั้งที่ 15

การประชุมสมัชชาซีน็อดของบรรดาพระสังฆราช

สมัยสามัญครั้งที่ 15

“เยาวชน ความเชื่อ และการไตร่ตรองกระแสเรียก”

 

 

เอกสารการประชุม ก่อนการประชุมสมัชชาซีน็อด

 

 

ณ กรุงโรม วันที่ 19-24มีนาคม ค.ศ. 2018

 

บทนำ

        เยาวชนสมัยนี้ต้องเผชิญกับการท้าท้ายทั้งภายนอกภายใน และยังมีโอกาสมากมายบางอย่างเฉพาะเจาะจงกับบริบทของตนเอง บางอย่างก็เหมือนกันทั่วโลก ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่พระศาสนจักรจะต้องพิจารณาตรวจสอบหนทางที่ตนคิดและที่จะดำเนินการกับเยาวชนเพื่อที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพอันเหมาะสม ให้การชี้นำชีวิตจนตลอดชีวิตของพวกเขา

 

        เอกสารชิ้นนี้เป็นพื้นที่ให้แสดงออกซึ่งความคิดและประสบการณ์ของเรา  เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารชิ้นนี้เป็นการไตร่ตรองของบรรดาเยาวชนแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีภูมิหลังด้านศาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  เมื่อเป็นเช่นนี้พระศาสนจักรไม่ควรมองการไตร่ตรองวิจัยครั้งนี้แบบทั่วไป หรือเพียงแบบเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต แต่เป็นการแสดงออกว่าขณะนี้เรากำลังยืนอยู่จุดไหน เรากำลังเดินไปสู่ทิศทางไหน  ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้ชี้นำพระศาสนจักรจำต้องเป็นผู้นำทาง

        นี่เป็นความสำคัญตั้งแต่ต้นที่ต้องอธิบายให้ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการของเอกสารชิ้นนี้  ซึ่งไม่ใช่เป็นการเขียนทฤษฏีทางเทวศาสตร์ ไม่ใช่คำสอนใหม่ของพระศาสนจักร ตรงกันข้าม นี่คือการประกาศที่สะท้อนถึงความจริงพิเศษ บุคลิกภาพ ความเชื่อ และประสบการณ์ของเยาวชนโลก  เอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารนำทางเพื่อการประชุมสมัชชาซีน็อดของบรรดาปิตาจารย์  ซึ่งเป็นการมอบเข็มทิศให้กับบรรดาพระสังฆราชที่ชี้ให้เห็นและเข้าใจถึงความต้องการของบรรดาเยาวชน  อันเป็นเครื่องช่วยนำทางสำหรับการประชุมของพระสังฆราชที่กำลังจะมีขึ้นเกี่ยวกับ “เยาวชน ความเชื่อ และการไตร่ตรองกระแสเรียก” ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018  นี่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมองและเข้าใจประสบการณ์เหล่านี้ในบริบทต่าง ๆ ที่บรรดาเยาวชนกำลังเผชิญอยู่

        การไตร่ตรองเหล่านี้เป็นผลของการประชุมผู้แทนเยาวชนกว่า 300 คนจากทั่วโลกซึ่งประชุมกันที่กรุงโรมระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม ค.ศ. 2018 ซึ่งในการประชุมก่อนการประชุมสมัชชาซีน็อดนี้ และมีเยาวชนประมาณ 15,000 คนมีส่วนร่วมโดยผ่านทาง Facebook

          เราต้องเข้าใจด้วยว่าเอกสารชิ้นนี้เป็นบทสรุปความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งแบ่งออกเป็น 20 กลุ่มภาษาและ 6 กลุ่มของผู้ทำหน้าที่สื่อสารสังคม นี่คือแหล่งข้อมูลหนึ่งจากหลายแหล่งที่จะช่วยสร้างเอกสารการทำงาน Instrumentum Laboris สำหรับสมัชชาซีน็อดพระสังฆราช 2018  หวังว่าพระศาสนจักรและสถาบันต่างๆจะสามารถเรียนรู้จากกระบวนการของการประชุมก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่และฟังเสียงบรรดาเยาวชน

        เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วเราสามารถก้าวต่อไปพิจารณาตรวจสอบด้วยความเชื่อและด้วยใจกว้างว่าทุกวันนี้เยาวชนของเรากำลังยืนอยู่ที่จุดไหน เยาวชนมองตนเองในความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างไร  และในฐานะที่เป็นพระศาสนจักรเราจะติดตามเยาวชนให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับตนเองและหน้าที่ของเขาในโลกอย่างไร

 

ภาค 1

การท้าทายและโอกาสของเยาวชนในโลกทุกวันนี้

 

1.การอบรมบุคลิกภาพ

        เยาวชนตามหาความหมายของตนเองโดยการแสวงหาชุมชนที่จะคอยให้การสนับสนุน จรรโลงใจ แท้จริงและจริงใจ พร้อมกับการที่จะเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นชุมชนที่จะช่วยสร้างพลังและความสามารถให้กับพวกเขา  เราตระหนักดีถึงสถานที่ซึ่งจะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของพวกเขา นั่นคือ ครอบครัว ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่มีอภิสิทธิ์พิเศษ  ในหลายภูมิภาคของโลกบทบาทของผู้สูงวัยและความเคารพต่อบรรพบุรุษเป็นองค์ประกอบช่วยหล่อหลอมความเป็นอัตลักษณ์ของพวกเขา  แต่ว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งสากล เนื่องจากรูปแบบที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของครอบครัวในบางภูมิภาคโลกเสื่อมลง ประเด็นนี้ทำให้เยาวชนต้องรับเคราะห์ไปด้วย  เยาวชนบางคนทิ้งธรรมเนียมที่ดีของครอบครัว หวังที่จะได้พบกับของใหม่กว่าสิ่งที่ตนมองถึง “แต่การยึดติดอยู่กับอดีต” และ “ความล้าสมัย”  ในอีกมุมมองหนึ่งในบางภูมิภาคโลกเยาวชนพยายามแสวงหาอัตลักษณ์ของตนเองด้วยการยึดติดอยู่กับขนบธรรมเนียมของครอบครัวและพยายามที่จะเจริญชีวิตด้วยความสัตย์ซื่อต่อวิถีที่ตนได้รับการเลี้ยงดูเติบโตขึ้นมา

          เพราะฉะนั้นพระศาสนจักรจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนครอบครัวและการอบรมลูกหลานดีกว่า  โดยเฉพาะเหมาะสมอย่างยิ่งในบางประเทศที่เยาวชนโดยเฉพาะผู้เยาว์ถูกกีดกันมิให้ไปวัด และเมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องได้รับการอบรมความเชื่อที่บ้านโดยพ่อแม่ผู้ปกครอง

        การตระหนักว่าตนมีต้นสังกัดเป็นองค์ประกอบสำคัญในการหล่อหลอมความเป็นอัตลักษณ์ของคน  การตัดขาดจากสังคมมีส่วนทำให้สูญเสียคุณค่าและความเป็นอัตลักษณ์ตนเองซึ่งหลายคนมีประสบการณ์  ในตะวันออกกลางเยาวชนหลายคนรู้สึกว่าตนต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นเพื่อที่ตนจะได้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนฝูงและวัฒนธรรมรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่ครอบงำอยู่ในขณะนั้น ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเช่นเดียวกันในหมู่ผู้อพยพย้ายถิ่นในทวีปยุโรปซึ่งพวกเขารู้สึกถูกกดดันให้อยู่นอกสังคม ถูกบีบมิให้แสดงความเป็นอัตลักษณ์ของตน และไม่มีพื้นที่สำหรับการเยียวยาให้ครอบครัว มิให้ตอบโต้ต่อประเด็นนี้โดยการแสดงว่าควรมีที่ยืนสำหรับทุกคน

          นี่เป็นที่น่าสังเกตว่าอัตลักษณ์ของเยาวชนยังถูกหล่อหลอมด้วยการมีปฏิกิริยาสัมพันธ์จากภายนอก การเป็นสมาชิกภายในกลุ่มพิเศษ สมาคม หรือกระบวนการขับเคลื่อนอื่น ๆ ซี่งกระทำการอย่างเข้มแข็งนอกพระศาสนจักรด้วย บางครั้งพระศาสนจักรและวัดไม่ได้เป็นสถานที่เชื่อมโยงอีกต่อไป  เรายังตระหนักดีว่าบทบาทของนักอบรมและเพื่อน เช่นผู้นำกลุ่มเยาวชนซึ่งอาจเป็นแบบฉบับที่ดีได้  เราจำเป็นต้องหาต้นแบบที่ดี ที่สามารถดึงดูดใจผู้อื่น และสร้างความเป็นปึกแผ่น  เราจำเป็นต้องมีคำอธิบายที่มีเหตุมีผลและแบบถึงลูกถึงคนสำหรับปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน – คำตอบง่าย ๆ แบบกำปั้นทุบดินนั้นไม่เพียงพอ

        สำหรับบางคนบัดนี้ความศรัทธาในศาสนาถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล  บางครั้งเรารู้สึกว่าอะไรที่ศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่แยกออกไปจากชีวิตประจำวันของเรา บางครั้งพระศาสนจักรดูออกจะเคร่งเกินไปและบ่อยครั้งแก่ธรรมะเกินไป  บางครั้งในพระศาสนจักรก็พบความยากที่จะเอาชนะต่อตรรกะที่ว่า “เรื่องนี้เคยทำกันอย่างนี้มาก่อนแล้ว”   เราต้องการพระศาสจักรที่ให้การต้อนรับและมีเมตตาซึ่งยึดติดอยู่กับรากเหง้าดั้งเดิมของตน มีความเอื้ออาทร และมีความรักต่อทุกคนแม้คนที่ไม่ถือตามมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับ  พวกเขาเหล่านั้นหลายคนแสวงหาชีวิตที่มีสันติสุข แต่ลงเอยด้วยการอุทิศตนเองให้กับหลักปรัชญาและประสบการณ์ที่เป็นอย่างอื่น

        สถานที่อื่น ๆ ของการอยู่ในสังกัด ได้แก่กลุ่มต่าง ๆ เช่นกลุ่มเครือข่ายสังคม มิตรสหาย เพื่อนร่วมชั้นเรียน รวมถึงสิ่งแวดล้อมทางสังคมและตามธรรมชาติต่าง ๆ   มีบางสถานที่ซึ่งเราส่วนใหญ่ใช้เวลากันมากที่สุด บ่อยครั้งโรงเรียนไม่ได้สอนให้เรารู้จักคิดแบบมีเหตุมีผล

        เวลาสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอัตลักษณ์ของเราได้แก่ : การเลือกวิชาเรียน เลือกอาชีพ ตัดสินใจว่าจะเลือกเอาความเชื่อแบบไหน การค้นให้พบความหมายด้านเพศสัมพันธ์ และการตั้งปณิธานที่จะเปลี่ยนชีวิต

        สิ่งอื่นที่สามารถหล่อหลอมและมีผลต่อการอบรมความเป็นอัตลักษณ์และบุคลิกภาพของเราคือประสบการณ์ของตัวเรากับพระศาสนจักร เยาวชนมักจะคิดและหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวต่าง ๆ เช่น เรื่องเพศ ยาเสพติด การแต่งงานที่ล้มเหลว ครอบครัวที่แตกแยก รวมไปถึงปัญหาใหญ่ ๆ ของสังคม เช่น กลุ่มก่ออาชญากรรม การค้ามนุษย์ การใช้ความรุนแรง การฉ้อราษฎร์บังหลวง การเอารัดเอาเปรียบ การฆ่าทารกหญิง  การเบียดเบียนทุกรูปแบบ และการเสื่อมโทรมของธรรมชาติ  สิ่งเหล่านี้เป็นความห่วงใยหลักสำหรับชุมชนที่มีความเสี่ยงทั่วโลก เรามีความกลัวเพราะว่าในหลายประเทศไม่มีความปลอดภัยในเรื่องของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ

        เมื่อเราต้องเผชิญกับการท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องมีการรวมตัวกัน ให้การต้อนรับ มีความเมตตาและมีความอ่อนโยนจากพระศาสนจักร ทั้งในฐานะที่เป็นสถาบันและเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ

 

2. ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

        เยาวชนพยายามหาความหมายของโลกที่สลับซับซ้อนและมีความแตกต่างหลากหลาย  เราสามารถเข้าถึงความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะต่อความแตกต่างและการแตกแยกในโลกได้ แต่ประเด็นนี้จะเป็นไปได้ก็ต้องแล้วแต่ความจริงที่แตกต่างกันและมากน้อยเท่าใด  เยาวชนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าความแตกต่างเป็นความมั่งคั่งและเขาสามารถพบโอกาสได้ในโลกที่มีความหลากหลายนี้  วัฒนธรรมหลากหลายคือศักยภาพที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการเสวนาและมีใจเป็นกลางหรืออหิงสา  เราให้คุณค่าแก่ความคิดที่หลากหลายในโลกยุคโลกาภิวัตน์ของเรา เราให้ความเคารพต่อความคิดและเสรีภาพในการแสดงออกของผู้อื่น  แต่เราก็ยังใคร่ที่จะรักษาวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของเรา เราหลีกเลียงที่จะทำให้วัฒนธรรมทุกวัฒนธรรมเหมือนกันหมดรวมทั้งสิ่งที่เราเรียกกันว่าการละทิ้งวัฒนธรรมด้วย เราไม่ควรที่จะกลัวความแตกต่าง แต่ชื่นชมกับความแตกต่างของเราและสิ่งที่ทำให้เราเป็นตัวเรา  บางครั้งเรารู้สึกว่าเราถูกตัดออกจากสังคมเพราะเราเป็นคาทอลิกในสังคมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนา  เราตระหนักดีว่าเราจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับตัวเราเองและกับผู้อื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ล้ำลึก

        ในบางประเทศคริสตชนเป็นชนส่วนน้อยในขณะที่ศาสนาอื่นมีชนเป็นส่วนใหญ่  ประเทศที่มีรากเหง้าเป็นคาทอลิกบัดนี้กำลังค่อย ๆ ปฏิเสธพระศาสนจักรและศาสนา  เยาวชนบางคนใช้ความหมายแห่งความเชื่อให้เป็นประโยชน์ต่อโลกยิ่งวันยิ่งจะมีความเป็นโลกียวิสัยมากขึ้นซึ่งทั้งเสรีภาพ มโนธรรม และศาสนาถูกโจมตี  การแบ่งเชื้อชาติในระดับต่าง ๆ มีผลกระทบต่อเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก  แต่พระศาสนจักรก็ยังมีโอกาสที่จะเสนอ “ทางเลือก” สำหรับเยาวชนในการดำเนินชีวิต แต่ประเด็นนี้จำเป็นต้องกระทำไปในกรอบสังคมที่บ่อยครั้งยุ่งยากสลับซับซ้อนมาก

        ด้วยเหตุนี้บ่อยครั้งจึงยากมากสำหรับเยาวชนที่จะได้ยินแม้แต่สาส์นแห่งพระวรสาร  สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งความตึงเครียดระหว่างประชาชน ซึ่งอาจกลายเป็นเรื่องธรรมดา แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะนิยมชมชอบความหลากหลาย  ต้องใส่ใจเป็นพิเศษต่อบรรดาพี่น้องชายหญิงชาวคริสตชนของเราที่กำลังถูกเบียดเบียนอยู่ทั่วโลก เรารำลึกถึงรากเหง้าความเป็นคริสตชนของเราด้วยเลือดของมรณะสักขี  ในขณะที่เราอธิษฐานภาวนาเพื่อให้การเบียดเบียนจบสิ้นไป เรารู้สึกกตัญญูต่อการเป็นประจักษ์พยานแห่งความเชื่อของพวกเขาต่อโลก  ยิ่งไปกว่านั้นอีก ยังไม่มีการตกลงร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาการให้การต้อนรับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพย้ายถิ่นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นเหตุให้เกิดมีการย้ายถิ่นเป็นอันดับแรก แม้จะมีการรับรู้ถึงการเรียกร้องสากลทั่วโลกให้เราเอาใจใส่กับศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน

        ในโลกยุคโลกาภิวัตน์และมีการเสวนาระหว่างศาสนาพระศาสนจักรจำเป็นต้องไม่เพียงแต่วางรูปแบบ แต่จะต้องอธิบายการชี้นำด้านเทวศาสตร์ซึ่งมีอยู่แล้วเพื่อการเสวนาที่สร้างสันติสุขที่สร้างสรรค์ กับชนทุกความเชื่อทุกวัฒนธรรม

3. เยาวชนกับอนาคต

        เยาวชนใฝ่ฝันถึงความปลอดภัย ความมั่นคง ความสำเร็จ  หลายคนหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าสำหรับครอบครัวของพวกเขา  ในหลายท้องที่ทั่วโลกนี่หมายถึงการหาความปลอดภัยฝ่ายกาย  สำหรับคนอีกจำพวกหนึ่งนี่หมายถึงการได้งานที่ดีหรือการมีชีวิตในรูปแบบพิเศษ  ความฝันทั่วไปของคนทั้งโลกหมายถึงการได้พบกับสถานที่ซึ่งเยาวชนสามารถรู้สึกว่าตนมีที่สังกัด

        เราคาดหวังที่จะมีโอกาสมากกว่าที่จะเห็นสังคมเป็นปึกแผ่นและให้ความไว้ใจเรา  เราอยากให้ผู้คนฟังเรา ไม่อยากให้ผู้คนเป็นแค่ยืนดูสังคมแต่เป็นผู้ที่ให้ความร่วมมืออย่างแข็งขัน  เราแสวงหาพระศาสนจักรซึ่งช่วยให้เราพบกันกระแสเรียกของเราในความหมายที่แท้จริง  แต่เป็นที่น่าเสียดายไม่ใช่เราทุกคนที่เชื่อว่าการเป็นนักบุญเป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้และนี่คือหนทางแห่งความสุข เราจำเป็นต้องรื้อฟื้นจิตสำนึกแห่งการอยู่ร่วมเป็นหมู่คณะเป็นชุมชนซึ่งจะนำเราไปสู่จิตสำนึกแห่งการมีที่สังกัด

        ความห่วงใยบางประการทำให้ชีวิตของเราลำบาก  เยาวชนหลายคนมีประสบการณ์กับการฝันร้ายในหลากหลายรูปแบบ หลายคนยังคงทนทุกข์อยู่ภายใต้ความหนักหน่วงทางจิตและความพิการฝ่ายร่างกาย  พระศาสนจักรควรให้การสนับสนุนพวกเราให้ดีกว่านี้โดยหาหนทางที่จะช่วยเหลือเยียวยาพวกเขา ในบางภูมิภาคของโลก หนทางเดียวที่จะมีอนาคตคือมีการศึกษาที่สูงกว่าหรือต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ  ในขณะที่สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งก็ยังไม่อาจเป็นไปได้เสมอไป เนื่องจากสิ่งแวดล้อมมากมายหลายอย่างซึ่งเยาวชนตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ข้อเท็จจริงนี้เป็นที่ทราบกันดีทั่วไปจึงเป็นผลกระทบต่อความเข้าใจในเรื่องการทำงานของเขา  แม้นี่จะเป็นความจริง เยาวชนก็ยังใคร่ขอยืนยันถึงศักดิ์ศรีภายในของการทำงาน  เรากลัวเกินไปและเราบางคนก็เลิกที่จะฝัน  เราจะพบประเด็นนี้ได้จากการความกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจซึ่งดูดจิตตารมณ์แห่งความหวังอย่างรุนแรงในหมู่เยาวชน  บางครั้งเราไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะฝันด้วยซ้ำไป

        ด้วยเหตุนี้เยาวชนจึงพยายามที่จะหาทางจัดการกับประเด็นความยุติธรรมในสังคมในยุคของเรา  เราพยายามหาโอกาสทำงานเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่า  ในบริบทนี้คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรเป็นเครื่องมือที่จะให้ความรู้ได้เป็นอย่างดีสำหรับเยาวชนซึ่งใคร่ที่จะติดตามกระแสเรียก  เราต้องการโลกที่มีสันติสุข โลกที่สร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ควบคู่ไปกับความยั่งยืนแห่งเศรษฐกิจโลก  สำหรับเยาวชนที่มีชีวิตอยู่ในถูมิภาคโลกที่ไม่มีความมั่นคงและมีแต่ความเสี่ยง ยังมีความหวังและความคาดหวังว่าจะมีการกระทำที่เป็นรูปธรรมจากภาครัฐและจากภาคสังคม กล่าวคือ การยุติสงครามและการคอรัปชั่น จัดการเรื่องการเปลี่ยนแปรของสภาพภูมิอากาศ ความไม่เท่าเทียมในสังคม และความปลอดภัย  สิ่งสำคัญที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ ไม่ว่าสังคมจะเป็นอย่างไรทุกคนต่างมีความปรารถนาภายในอันเดียวกันเพื่ออุดมการณ์ที่ดีกว่า ซึ่งได้แก่ สันติสุข ความรัก ความไว้ใจ ความเท่าเทียม เสรีภาพ และความยุติธรรม

        เยาวชนใฝ่ฝันที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า แต่หลายคนถูกบังคับให้ต้องอพยพเพื่อหาสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า  พวกเขาหวังที่จะมีสันติสุขหรือหลงใหลเป็นพิเศษกับ “ความเจริญของโลกตะวันตก” ซึ่งถูกวาดไว้โดยสื่อสารสังคม  ความใฝ่ฝันของเยาวชนอาฟริกันคือใฝ่ฝันที่จะเห็นพระศาสนจักรท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ พระศาสนจักรที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อช่วยให้ตนเองอยู่ได้ แต่เป็นพระศาสนจักรที่มอบชีวิตให้กับชุมชน  แม้จะมีการใช้ความรุนแรงแทบจะไม่หยุดหย่อน เยาวชนก็ยังมีความหวัง  ในตะวันตกหลายประเทศความฝันของพวกเขามีศูนย์กลางอยู่ที่การพัฒนาส่วนตัวและความสำเร็จของตน

        ในสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่งยังมีช่องว่างมากระหว่างความปรารถนาของเยาวชนและความสามารถของพวกเขาที่จะทำการตัดสินใจระยะยาว

4. ความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี

        เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีเราต้องเข้าใจว่านี่คือดาบสองคม ขณะที่ความเจริญก้าวหน้าสมัยใหม่ของเทคโนโลยีก้าวไกลและช่วยให้ชีวิตของเราอยู่ดีขึ้น เราต้องฉลาดที่จะใช้เครื่องมือเหลานี้  นี่ก็เหมือนกันกับทุกสิ่ง ถ้าการใช้สิ่งเหล่านี้แบบไม่ลืมหูลืมตาอาจมีผลร้ายได้สำหรับบางคน  เทคโนโลยีช่วยสร้างความสัมพันธ์ แต่สำหรับอีกบางคนมันทำให้เกิดการเสพติด เพราะหลายคนนำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้แทนความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์หรือแม้แต่กับพระเจ้า  อย่างไรก็ตามบัดนี้เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเยาวชนไปแล้ว เราต้องเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริง แต่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเหมือนกันที่ในบางประเทศเทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตเข้าถึงง่ายมาก ในขณะที่ความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดในชีวิตกลับขาดหายไป

          ผลกระทบของสื่อสารสังคมในชีวิตเยาวชนไม่อาจที่จะมองข้ามไปได้ สื่อสารสังคมคือส่วนสำคัญแห่งความเป็นอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของเยาวชน  สิ่งแวดล้อมดิจิตอลมีศักยภาพยิ่งใหญ่มากในการรวมรวมเยาวชนทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกันชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนในเชิงภูมิศาสตร์  การแลกเปลี่ยนข้อมูล อุดมการณ์ คุณค่า และผลประโยชน์ร่วมกันบัดนี้เป็นไปได้ทั้งสิ้น  การเข้าถึงเครื่องมือการเรียนรู้ออนไลน์เปิดโอกาสให้กับการศึกษาหาความรู้สำหรับเยาวชนที่อยู่ห่างไกลจนทำให้ความรู้ทั้งหมดของโลกอยู่แค่ปลายนิ้ว

        แต่ว่าการเป็นดาบสองคมของเทคโนโลยีจะปรากฏชัดเจนเมื่อนำไปสู่การพัฒนา  ความชั่วร้ายบางอย่างที่อันตรายนี้จะปรากฏให้เห็นโดยการอยู่อย่างสันโดษ ความเกียจคร้าน ความหมดอาลัยตายอยาก และความเบื่อหน่าย ปรากฏชัดเจนว่าเยาวชนทั่วโลกเสพสื่อกันมากเกินไป  แม้สำหรับผู้ที่อยู่ในโลกแห่งสังคมชั้นสูง การสื่อสารระหว่างเยาวชนก็ยังมีขีดจำกัดสำหรับผู้ที่มีความคล้ายคลึงกับพวกเขา  ยังขาดพื้นที่และโอกาสที่จะเผชิญกับความแตกต่าง   วัฒนธรรมแห่งสื่อสารสังคมยังมีอิทธิพลมากต่อชีวิตและอุดมการณ์ของเยาวชน  บทบาทสื่อสารสังคมนำไปสู่การท้าทายใหม่ถึงขั้นที่ว่าบริษัทสื่อสารสังคมยุคใหม่มีอำนาจกระทั่งเหนือชีวิตเยาวชน

        บ่อยครั้งเยาวชนพยายามที่จะแยกพฤติกรรมของตนในสังคมออนไลน์และสังคมนอกออนไลน์  จำเป็นต้องอบรมให้เยาวชนรู้จักดำเนินชีวิตดิจิตอลของตน  ความสัมพันธ์ออนไลน์อาจเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เป็นแบบมนุษย์  พื้นที่ดิจิตอลทำให้เราตาบอดมองไม่เห็นพิษภัยของมนุษย์อีกคนหนึ่ง และกีดกั้นไม่ให้เราพิจารณาตนเอง ปัญหาเช่นภาพเปือยกายจะทำให้ความเข้าใจด้านเพศสัมพันธ์ของเยาวชนบิดเบือนไปได้  การใช้เทคโนโลยีทำนองนี้สร้างภาพหลอกลวงที่ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

          นอกนั้นยังมีความเสี่ยงอย่างอื่นอีก : การสูญเสียอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับการแสดงอัตลักษณ์ของปัจเจกบุคคลอย่างบิดเบือน การสร้างบุคลิกภาพของบุคคลแบบฉาบฉวยผิวเผิน และการสูญเสียมิติของการอยู่ในสังคมอย่างถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเสี่ยงระยะยาวอีก: การสูญเสียความจำ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ต่อการเข้าถึงข่าวสารข้อมูล และการสูญเสียสมาธิที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวที่ไม่เป็นเรื่อง นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องของวัฒนธรรม และเผด็จการแห่งสิ่งที่ปรากฏภายนอกอีกด้วย

        การสนทนาโดยอาศัยเทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่แค่อินเตอร์เน็ตเท่านั้น  ในโลกชีวะศาสตร์เทคโนโลยีก็เปิดการท้าทายใหม่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์ในทุกขั้นตอน การเข้ามาของสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นปัญญานวตกรรมใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติสร้างความเสี่ยงให้กับโอกาสการทำงานสำหรับกลุ่มชั้นกรรมาชน  เทคโนโลยีอาจเป็นภัยต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์หากใช้อย่างปราศจากมโนธรรมและความระมัดระวังหากไม่คำนึงว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ต้องเป็นศูนย์กลางเสมอ

          เราขอเสนอ 2 ประการที่เป็นรูปธรรมสำหรับเทคโนโลยี ประการแรก ต้องมีการเสวนากับเยาวชน พระศาสนจักรควรทบทวนเทคโนโลยีเพื่อช่วยเราในการแยกแยะการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น  นอกจากนี้พระศาสนจักรควรมองเทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตว่าเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมมากสำหรับการประกาศพระวรสารใหม่  ผลของการไตร่ตรองเหล่านี้ควรนำมารวบรวมให้เป็นเอกสารของพระศาสนจักร  ประการที่สอง พระศาสนจักรควรจัดการกับวิกฤตที่ขยายกว้างเกี่ยวกับรูปภาพที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการล่วงละเมิดเพศผู้เยาว์แบบออนไลน์  การข่มขู่กันทางไซเบอร์ และความเสียหายที่เกิดกับมนุษยชาติของเรา

5. การแสวงหาความหมายของชีวิต

        เมื่อถามเยาวชนหลายคนว่า “ความหมายแห่งชีวิตของเธอคืออะไร?” พวกเขาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร  พวกเขามักจะไม่สร้างการเชื่อมโยงกันระหว่างชีวิตกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เยาวชนจำนวนมากเมื้อสูญเสียความไว้ใจในสถาบันแล้วก็เลยกลายเป็นบุคคลไร้สังกัดกับศาสนา และจะไม่มองตนเองว่าเป็นคนมี “ศาสนา” ถึงกระนั้นเยาวชนหลายคนก็ยังเปิดใจให้กับเรื่องราวฝ่ายจิตวิญญาณ

          เราพบว่ามีหลายคนเหมือนกันที่บ่นว่าเยาวชนแสวงหาคำตอบความหมายของชีวิตในบริบทของความเชื่อและพระศาสนจักรน้อยมาก ในหลายภูมิภาคทั่วโลกเยาวชนให้ความหมายชีวิตที่การทำงานและความสำเร็จส่วนตัว  การยากที่จะพบกับความมั่นคงในบริบทเหล่านี้สร้างความไม่ปลอดภัยและความกังวลร้อนใจ  หลายคนต้องอพยพแสวงหาที่ใหม่เพื่อทำงาน ส่วนคนอื่น ๆ เป็นเพราะความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจจึงละทิ้งครอบครัวและวัฒนธรรมของตนไป

        ในที่สุด คนอื่น ๆ พากันตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่เยาวชนถามเกี่ยวกับความหมายชีวิต นั่นไม่ได้หมายความเสมอไปว่าพวกเขาพร้อมที่จะปวารณาตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวต่อพระเยซูคริสตเจ้าหรือต่อพระศาสนจักร  ทุกวันนี้ศาสนาไม่ได้เป็นจุดใหญ่ที่เยาวชนใช้แสวงหาความหมาย บ่อยครั้งพวกเขาหันไปหาเหตุการณ์หรืออุดมการณ์ใหม่ ๆ การเป็นที่สะดุดที่บอกว่ามาจากพระศาสนจักรทั้งเป็นสิ่งจริงและสิ่งที่คิดว่าจริง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของเยาวชนต่อพระศาสนจักรและสถาบันต่าง ๆ ที่เป็นหน่วยงานของพระศาสนจักร

        พระศาสนจักรสามารถมีบทบาทที่สำคัญมากในการสร้างหลักประกันว่าเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง  แต่ให้พวกเขารู้สึกว่าตนได้รับการยอมรับ  สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราส่งเสริมศักดิ์ศรีของสตรีทั้งในพระศาสนจักรและในสังคมวงกว้าง ทุกวันนี้มีปัญหาทั่วไปในสังคมที่ว่าสตรียังไม่ได้รับความเท่าเทียม ประเด็นนี้เป็นความจริง  ประเด็นนี้เป็นความจริงเช่นเดียวกันในพระศาสนจักร  ซึ่งมีตัวอย่างมากมายที่สตรีรับใช้ในคณะนักบวชผู้ถวายตนและมีบทบาทเป็นผู้นำสตรีในบรรดาฆราวาส  กระนั้นสำหรับสตรีบางคน เรามองไม่เห็นตัวอย่างเหล่านี้  คำถามสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการไตร่ตรองเหล่านี้ : ยังมีสถานที่ใดบ้างที่สตรีสามารถแสดงบทบาทสำคัญในพระศาสนจักรและในสังคม?  พระศาสนจักรสามารถเข้าถึงปัญหานี้ได้ด้วยการอภิปรายกันอย่างจริงจังและเปิดใจกว้างให้กับความคิดและประสบการณ์ต่าง ๆ

        บ่อยครั้งจะมีความขัดแย้งกันในหมู่เยาวชนทั้งภายในพระศาสนจักรและในโลกอันกว้างใหญ่เกี่ยวกับคำสอนบางประการของพระศาสนจักรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่กำลังมีการถกเถียงกันอยู่ในทุกวันนี้ ยกตัวอย่าง การคุมกำเนิด การทำแท้ง การรักเพศเดียวกัน การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ชีวิตครอบครัว  และความเป็นพระสงฆ์ถูกมองในความจริงที่แตกต่างกันอย่างไรในพระศาสนจักร  สิ่งสำคัญที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือ ความเข้าใจในคำสอนของพระศาสจักรทุกระดับชีวิตไม่ว่าจะมากน้อยเท่าใด ก็ยังมีความเห็นพร้องไม่ตรงกัน และมีการโต้เถียงและอภิปรายกันต่อไปในหมู่เยาวชนเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้  ผลที่ตามมาคือ พวกเขาอาจต้องการให้พระศาสนจักรเปลี่ยนแปลงคำสอน หรืออย่างน้อยก็ขอให้มีคำอธิบายที่ดีกว่าและให้มีการอบรมกันมากขึ้นในประเด็นเหล่านี้ แม้ว่าจะมีการโต้เถียงกันภายในเยาวชนคาทอลิกที่มีความเชื่อขัดแย้งกับคำสอนทางการ พวกเขาก็ยังคงอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักร เยาวชนคาทอลิกหลายคนยอมรับคำสอนเหล่านี้ และพวกเขาได้พบกับแหล่งแห่งความชื่นชมยินดี พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องการให้พระศาสนจักรยึดมั่นอยู่กับคำสอนเหล่านี้ท่ามกลางความไม่เป็นที่นิยมเท่านั้น แต่อยากให้มีการประกาศออกมาด้วยคำสอนที่มีความล้ำลึกเข้าใจได้มากกว่าเดิม

        บรรยากาศทั่วทั้งโลกความสัมพันธ์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูค่อนข้างจะซับซ้อน คริสตศาสนาคาทอลิกบ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นอะไรที่เป็นเรื่องราวของอดีต และคุณค่าหรือความเหมาะสมต่อชีวิตของเราไม่สามารถที่จะเข้าใจได้  ในขณะเดียวกันในชุมชนบางแห่งความสำคัญอันดับแรกถูกมอบให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะชีวิตประจำวันถูกสานทอติดกับเรื่องราวทางศาสนา  ในบางบริบทแห่งทวีปเอเชียความหมายของชีวิตสามารถเชื่อมโยงติดกับปรัชญาตะวันออก

        สุดท้าย พวกเราหลายคนมีความต้องการอย่างรุนแรงที่จะรู้จักพระเยซูคริสต์  แต่บ่อยครั้งเราต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อที่จะทราบว่า มีแต่พระองค์ผู้เดียวที่เป็นต้นตอแห่งการค้นพบตนเองที่แท้จริง  เพราะนี่เป็นความสัมพันธ์กับพระองค์ ซึ่งในที่สุดแล้วมนุษย์จะสามารถค้นพบตนเอง  ดังนั้นเราจึงพบว่าเยาวชนต้องการเห็นประจักษ์พยานชีวิตที่แท้จริง คือหนุ่มสาว ชายหญิงที่แสดงความเชื่อของตนอย่างกล้าหาญและมีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็สนับสนุนให้ผู้อื่นเข้าหา พบปะ และตอบตกลงในความรักกับพระเยซูคริสต์ด้วยตัวของพวกเขาเอง

 

ภาค 2

ความเชื่อกับกระแสเรียก การไตร่ตรองและการติดตาม

         

นี่เป็นทั้งความชื่นชมยินดีและความรับผิดชอบที่ศักดิ์สิทธิ์ในการติดตามเยาวชนไปในการเดินทางแห่งความเชื่อและในการไตร่ตรอง  เยาวชนยอมรับซึ่ง “วรรณคดีแห่งชีวิต” ได้ง่ายกว่าการสอนด้วยเทวศาสตร์ที่เป็นนามธรรม  พวกเขาจะตระหนักเข้าใจและยอมรับพร้อมกับปวารณาตนเองที่จะขอมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันทั้งในโลกและในพระศาสนจักร  เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นความสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่าเยาวชนเข้าใจความเชื่อและกระแสเรียกพร้อมกับการท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่กับการไตร่ตรองของพวกเขาอย่างไร?

6. เยาวชนกับพระเยซูคริสต์

        ความสัมพันธ์ของเยาวชนกับพระเยซูคริสต์มีต่าง ๆ นานาเท่ากับจำนวนเยาวชนในโลกนี้  เยาวชนจำนวนมากรับรู้และมีความสัมพันธ์กับพระเยซูในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่และเป็นพระบุตรของพระเจ้า  นอกจากนี้บ่อยครั้งเยาวชนพบความใกล้ชิดกับพระเยซูโดยผ่านทางพระแม่มารีย์พระมารดาของพระองค์  ส่วนเยาวชนคนอื่นๆอาจไม่มีความสัมพันธ์ดังกล่าวกับพระเยซู แต่มองพระองค์ว่าเป็นผู้นำด้านศีลธรรมและเป็นคนดี เยาวชนหลายคนมองว่าพระเยซูเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์คนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง และในวัฒนธรรมหนึ่ง ซึ่งไม่เหมาะสมกับชีวิตของพวกเขา แต่ก็ยังมีเยาวชนอีกจำพวกหนึ่งที่มองว่าพระองค์อยู่ห่างไกลจากประสบการณ์มนุษย์ ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วการอยู่ห่างไกลของพระองค์เป็นเพราะการปฏิบัติของพระศาสนจักร  ภาพพจน์ผิด ๆ ของพระเยซูที่เยาวชนบางคนมีบ่อยครั้งทำให้พวกเขาเหินห่างจากพระองค์ อุดมการณ์ที่ผิด ๆ ของคริสตชนแบบกลางๆรู้สึกว่าเอื้อมไม่ถึงพระองค์ รวมทั้งกฎเกณฑ์ที่พระศาสจักรตั้งขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับเยาวชนบางคนคริสตศาสนาถูกมองว่าเป็นเพียงมาตรฐานที่เอื้อมไม่ถึง

        วิธีหนึ่งสำหรับกันมิให้เยาวชนสับสนเกี่ยวกับว่าพระเยซูคริสต์เป็นใครคือให้หันกลับไปอ่านพระคัมภีร์ เพื่อที่จะได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพระบุคคลของพระคริสตเจ้า ชีวิตของพระองค์ และความสุภาพของพระองค์  เยาวชนควรสัมผัสกับพันธกิจของพระเยซู ไม่ใช่มองไปยังสิ่งที่พวกเขาเข้าใจว่าเป็นความคาดหวังเชิงศีลธรรมที่เป็นไปไม่ได้  อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะต้องทำอย่างไร  การมีประสบการณนี้จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนในตัวเยาวชนซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่พิจารณาจากพระศาสนจักร

7. ความเชื่อและพระศาสนจักร

สำหรับเยาวชนหลายคนความเชื่อกลายเป็นเรื่องส่วนตัว แทนที่จะเป็นเรื่องส่วนรวม และเป็นประสบการณ์เชิงลบที่เยาวชนบางคนมีต่อพระศาสนจักรจนกลายเป็นเหตุให้เกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา  ยังมีเยาวชนเป็นอันมากที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในระดับส่วนตัวแต่อย่างเดียวซึ่ง “เป็นเรื่องฝ่ายจิตก็จริง แต่ปราศจากซึ่งความศรัทธาเลื่อมใส”   หรือมุ่งเป้าไปยังความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสตเจ้า  สำหรับเยาวชนบางคนพระศาสนจักรมีวัฒนธรรมซึ่งพุ่งเป้าหลักไปที่สมาชิกซึ่งให้ความสนใจอยู่กับแง่แห่งสถาบันของตน แต่ไม่ใช่ในองค์พระเยซูคริสต์  ส่วนเยาวชนคนอื่น ๆ มองผู้นำศาสนาว่าขาดการเชื่อมโยง เพราะท่านเหล่านั้นมัวแต่มุ่งอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่าที่จะสร้างชุมชน  และก็ยังมีเยาวชนอื่นอีกที่มองพระศาสนจักรว่าไม่มีความเหมาะสม  ซึ่งดูเหมือนว่าพระศาสนจักรลืมไปว่าบรรดาสัตบุรุษคือพระศาสนจักร ไม่ใช่ตัวอาคารบ้านเรือน  แล้วก็ยังมีเยาวชนอีกที่มีประสบการณ์กับพระศาสนจักรว่าพระศาสนจักรมีความใกล้ชิดกับพวกเขาในสถานที่ต่าง ๆ เช่น อาฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา เช่นเดียวกับกระบวนการขับเคลื่อนในส่วนต่าง ๆ ของโลก  แม้ว่าเยาวชนบางคนที่ไม่ได้เจริญชีวิตตามพระวรสาร พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าตนมีการเชื่อมโยงกับพระศาสนจักร  จิตสำนึกแห่งการมีที่สังกัดและครอบครัวช่วยทำนุบำรุงเยาวชนในการเดินทางของพวกเขา  หากขาดสายสมอแห่งการสนับสนุนของชุมชนและการอยู่ในสังกัด เยาวชนจะรู้สึกโดษเดี่ยวท่ามกลางการท้าทายต่าง ๆ นอกนั้นยังมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้สึกว่าตนเองจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนพระศาสนจักร ซึ่งพวกเขาพบความหมายแห่งชีวิตนอกพระศาสนจักรก็ได้เหมือนกัน

          โชคร้ายเหลือเกินที่มีปรากฏการณ์ในบางภูมิภาคของโลกซึ่งเยาวชนพากันทิ้งพระศาสนจักรไปเป็นจำนวนมาก  จึงควรที่จะต้องเข้าใจว่าทำไมจึงจำเป็นที่จะต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป  เยาวชนที่ไม่มีการเชื่อมโยงหรือทิ้งพระศาสนจักรไปกระทำดังกล่าวหลังจากที่พวกเขาเคยมีประสบการณ์กับการถูกเมินเฉย การถูกตัดสิน และการถูกปฏิเสธ เขาอาจไปพิธีบูชาขอบพระคุณ มีส่วนร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือทิ้งการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับจิตสำนึกแห่งการมีที่สังกัดหรือครอบครัวในฐานะที่เป็นพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า  คาทอลิกยอมรับนับถือพระเจ้าผู้ทรงชีวิต แต่บางคนไปร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณหรือสังกัดชุมชนที่ดูเหมือนไม่มีชีวิต  เยาวชนควรถูกดึงดูดสู่ความชื่นชมยินดีซึ่งควรที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งความเชื่อของเขา  เยาวชนปรารถนาที่จะเห็นพระศาสนจักรที่เป็นประจักษ์พยานทรงชีวิตต่อสิ่งที่ตนสอนและต้องเป็นประจักษ์พยานต่อความถ่องแท้แห่งหนทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งรวมถึงการยอมรับความผิดและการขอโทษ  เยาวชนคาดหวังว่าผู้นำพระศาสนจักร ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับศีลบวช ผู้รับเจิมถวายตัวเป็นนักบวช หรือเป็นฆราวาส พวกท่านจะต้องเป็นแบบฉบับที่เข้มแข็งสำหรับเรื่องนี้  เมื่อตระหนักดีว่าการเป็นแบบฉบับแห่งความเชื่อเป็นทั้งของแท้และอาจมีการเสี่ยงทำให้เยาวชนต้องเป็นของแท้และยอมรับความเสี่ยง  ซึ่งไม่ใช่เป็นการทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งพันธกิจของตน แต่เพื่อเยาวชนจะได้รับแรงบันดาลใจจากท่านเหล่านั้นบนเส้นทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์

        ในหลายโอกาสเยาวชนมีความยากลำบากในการหาพื้นที่ในพระศาสนจักรซึ่งพวกเขาสามารถมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งและช่วยชี้นำ  พระศาสนจักรตีความประสบการณ์ของพวกเขาว่าพวกเขายังเป็นเด็ก ยังขาดประสบการณ์ที่จะเป็นผู้นำ หรือตัดสินว่าพวกเขาคงมีแต่จะทำความผิดพลาด  แน่นอนจำเป็นต้องมีความไว้ใจในเยาวชนที่จะให้เขาเป็นผู้นำ และเป็นตัวของเขาเองในการเดินทางฝ่ายจิต  นี่ไม่ใช่เป็นการเลียนแบบผู้ใหญ่ แต่ให้พวกเขาเป็นเจ้าของพันธกิจของพวกเขาและมีความรับผิดชอบและให้พวกเขาเจริญชีวิตอย่างดี  กระบวนการขับเคลื่อนและชุมชนใหม่ในพระศาสนจักรได้มีการพัฒนาหนทางที่บังเกิดผลซึ่งไม่เพียงแต่จะประกาศพระวรสารให้กับเยาวชนเท่านั้น แต่ยังสร้างอำนาจให้กับพวกเขาให้เป็นทูตสำคัญนำข่าวดีแห่งความเชื่อต่อเพื่อนของพวกเขาด้วย

        ความเข้าใจทั่วไปอีกประการหนึ่งที่เยาวฃนพากันเข้าใจคือบทบาทที่ไม่ชัดเจนของสตรีในพระศาสนจักร หากเป็นการยากสำหรับเยาวชนที่จะรู้สึกจิตสำนึกแห่งการมีที่สังกัดและความเป็นผู้นำในพระศาสนจักร ยิ่งจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเยาวชนหญิง เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้น่าจะช่วยได้มากสำหรับเยาวชน หากพระศาสนจักรไม่เพียงแต่จะประกาศอย่างชัดเจนถึงบทบาทของสตรี แต่ยังจะต้องช่วยเยาวชนให้ค้นหาและเข้าใจในความชัดเจนมากกว่านี้

8. จิตสำนึกกระแสเรียกแห่งชีวิต

        ความจำเป็นที่ต้องมีความเข้าใจง่าย ๆ และชัดเจนเกี่ยวกับกระแสเรียกเพื่อที่จะจุดประกายให้กับจิตสำนึกแห่งการเรียกและพันธกิจ แรงปรารถนา และแรงบันดาลใจ ซึ่งทำให้เป็นความเข้าใจที่เชื่อมกับเยาวชนในระยะนี้แห่งชีวิตของพวกเขา  “กระแสเรียก” บางครั้งถูกแสดงออกให้เป็นความคิดความเข้าใจแบบนามธรรม ถูกมองว่าห่างไกลจนสุดเอื้อมในจิตใจของหลายคน  เยาวชนเข้าใจความหมายกว้าง ๆ ของการนำความหมายมาสู่ชีวิตและการมีชีวิตเพื่อเป้าหมาย แต่หลายคนไม่ทราบว่าจะนำไปเชื่อมเข้ากับกระแสเรียกอย่างไรในฐานะที่เป็นของประทาน  และเป็นการเรียกจากพระเจ้า

          คำว่า “กระแสเรียก” กลายเป็นความหมายเดียวกันกับชีวิตพระสงฆ์และนักบวชในวัฒนธรรมของพระศาสนจักร  ในขณะที่กระแสเรียกเหล่านี้เป็นการเรียกที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ละคนจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการไตร่ตรองเพื่อที่จะทราบถึงกระแสเรียกของตนโดยอาศัยชีวิตของพวกเขา  ซึ่งมีความบริบูรณ์อยู่ในแต่ละกระแสเรียกและต้องทำให้มีความเด่นชัดขึ้นเพื่อเปิดใจเยาวชนสู่ความเป็นไปได้เหล่านั้น

        เยาวชนผู้มีความเชื่อต่าง ๆ ล้วนแต่มองชีวิตของตน ความรัก แรงบันดาลใจ สถานที่ตนอาศัยอยู่ และการมีส่วนทำให้โลกดีขึ้น รวมถึงว่าตนจะสร้างผลกระทบที่ดีได้อย่างไรบ้าง คำว่ากระแสเรียกสำหรับเยาวชนหลายคนไม่มีความชัดเจน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับกระแสเรียกของคริสตชน (การเป็นพระสงฆ์ ชีวิตนักบวช พันธกิจของฆราวาส การแต่งงาน ครอบครัว บทบาทในสังคม ฯลฯ) รวมถึงการเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์ด้วย

9. การไตร่ตรองกระแสเรียก

        การไตร่ตรองกระแสเรียกอาจเป็นการท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงการเข้าใจความหมายที่ผิด  แต่ว่าเยาวชนจะลุกขึ้นสู้กับการท้าทาย การไตร่ตรองกระแสเรียกอาจเป็นการผจญภัยในการเดินทางแห่งชีวิต เมื่อพูดเช่นนี้เยาวชนหลายคนไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรกับกระบวนการของการไตร่ตรอง นี่เป็นโอกาสที่พระศาสนจักรจะต้องติดตามพวกเขาไป

        เราตะหนักดีถึงการท้าทายพิเศษที่เยาวชนต้องเผชิญในขณะที่พวกเขาไตร่ตรองเกี่ยวกับกระแสเรียกของพวกเขาและจุดยืนของเขาในพระศาสนจักร การกล่าว “ตกลง” ของมารีย์ ต่อกระแสเรียกของพระเจ้าคือพื้นฐานสำหรับประสบการณ์ของคริสตชน ทุกวันนี้เยาวสตรีต้องการพื้นที่ที่จะตอบรับว่า “ตกลงค่ะ” ต่อกระแสเรียกของพวกเขา เราใคร่สนับสนุนพระศาสนจักรให้มีความเข้าใจล้ำลึกยิ่งขึ้นถึงบทบาทของสตรีพร้อมกับเสริมสร้างพลังให้กับเยาวสตรีทั้งที่เป็นและไม่เป็นนักบวชให้มีจิตตารมณ์แห่งความรักต่อพระศาสนจักรดุจมารีย์มารดาของพระเยซูคริสต์

10. เยาวชนกับการติดตาม

        เยาวชนมองหาเพื่อนในการเดินทาง ต้องการความรักจากชายหญิงที่ซื่อสัตย์ซึ่งแสดงความจริงและปล่อยให้เยาวชนค้นหาความเข้าใจตัวเองเกี่ยวกับความเชื่อและกระแสเรียกของพวกเขา    บุคคลดังกล่าวควรทำการประกาศพระวรสารด้วยชีวิตของตน ไม่ว่าจะเป็นความคุ้นเคยในความสะดวกสบายภายในบ้าน เพื่อนฝูงในชุมชนเดียวกัน หรือมรณะสักขีต่อความเชื่อด้วยชีวิตของตน มีบุคคลมากมายที่สามารถมีประสบการณ์เหล่านี้

        คุณลักษณะของผู้ติดตามเยาวชนต้องเป็นคริสตชนซื่อสัตย์ที่คลุกคลีอยู่กับพระศาสนจักรและวงการทางโลก ต้องเป็นผู้ที่แสวงหาความศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอ  ต้องเป็นคนไว้ใจได้ และไม่คอยตัดสินผู้อื่น ต้องรู้จักฟังความต้องการของเยาวชนแล้วตอบสนองในสิ่งที่ตนทำได้  ต้องเป็นคนที่รู้จักรักและรู้สำนึกในตนเอง  ต้องยอมรับขีดความสามารถของตน พร้อมกับรู้ถึงความชื่นชมยินดีและความเศร้าเสียใจในการเดินทางฝ่ายจิต

        คุณสมบัติที่สำคัญพิเศษในตัวผู้ติดตามเยาวชนประการหนึ่งคือ การยอมรับความเป็นมนุษย์ของพวกเขา – พวกเขาเป็นมนุษย์ที่รู้จักทำผิด พวกเขาไม่ใช่คนครบครันแต่เป็นคนบาปที่ได้รับการอภัย  เมื่อผู้ติดตามเยาวชนถูกวางเป็นหัวหน้า เมื่อเขาพลาด ความเสียหายก็จะตกอยู่กับเยาวชนและความสามารถของพวกเขาที่จะคลุกคลีอยู่กับพระศาสนจักร

        ผู้ติดตามเยาวชนไม่ควรนำเยาวชนแบบผู้ติดตามที่นิ่งเฉยไม่ทำอะไร แต่จะต้องเดินไปพร้อมกันกับพวกเขา ปล่อยให้พวกเขามีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเดินทาง  ควรที่จะให้ความเคารพในเสรีภาพที่ควรมีในกระบวนการกระทำของเยาวชนในการไตร่ตรองและมอบเครื่องไม้เครื่องมือให้พวกเขาเพื่อที่จะทำการไตร่ตรองอย่างดี  ผู้ติดตามควรเชื่ออย่างสุดจิตใจในความสามารถของเยาวชนที่จะมีส่วนร่วมในชีวิตของพระศาสนจักร  ผู้ติดตามควรหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อในเยาวชนโดยไม่คาดหวังที่จะเห็นผลงานของพระจิตในทันทีทันใด  บทบาทนี้ไม่สามารถที่จะจำกัดอยู่กับแต่พระสงฆ์และผู้รับเจิมถวายตัว  แต่ฆราวาสก็ควรที่จะได้รับการอบรมให้มีความสามารถที่จะเล่นบทบาทนี้  ผู้ติดตามทุกคนควรได้รับการอบรมเป็นอย่างดีและจะต้องมีการอบรมติดต่อกันไปเรื่อย ๆ

 

ภาค 3

งานอบรมและงานอภิบาลของพระศาสนจักร

 

11. ท่าทีของพระศาสนจักร

        เยาวชนสมัยนี้ต้องการพระศาสนจักรที่แท้จริง เราอยากจะพูดโดยเฉพาะกับพระฐานานุกรมของพระศาสนจักรว่าพวกเขาควรจะมีความโปร่งใส ให้การต้อนรับ อย่างซื่อสัตย์ เชื้อเชิญ สื่อสารกันได้ เข้าถึงได้ มีความร่าเริง และเป็นชุมชนที่มีปฏิสัมพันธ์กัน

        พระศาสนจักรที่น่าเชื่อถือต้องเป็นพระศาสนจักรที่ไม่กลัวที่จะยอมให้ตนถูกมองว่าผิดพลาดได้ พระศาสนจักรควรจะมีความจริงใจ ยอมรับความผิดพลาดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเป็นพระศาสนจักรที่ประกอบด้วยบุคคลที่สามารถผิดพลาดและมีความเข้าใจผิดได้  พระศาสนจักรควรประณามการกระทำความผิด เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การใช้อำนาจและการจัดการด้านการเงินที่ผิดพลาด  พระศาสนจักรควรที่จะดำเนินการแบบต่อเนื่องเกี่ยวกับการไม่ยอมทนต่อการล่วงละเมิดทางเพศอีกต่อไปในสถาบันของตน เพื่อความสุภาพของตนจะได้เพิ่มความน่าเชื่อถือสำหรับบรรดาเยาวชนทั่วโลก  หากพระศาสนจักรปฏิบัติตามแนวนี้ ก็จะทำให้ทุกคนเห็นว่าตนนั้นแตกต่างจากสถาบันและอำนาจอื่นซึ่งเยาวชนส่วนใหญ่ไม่ให้ความเชื่อถือ

        ยิ่งไปกว่านี้อีก พระศาสนจักรดึงดูดความสนใจของเยาวชนโดยมีรากเหง้ายึดติดอยู่กับพระเยซูคริสตเจ้า  พระองค์เป็นความจริงซึ่งทำให้พระศาสจักรแตกต่างจากกลุ่มใดๆในโลกที่เราจะคิดได้  เพราะฉะนั้นเราจึงวอนให้พระศาสนจักรดำเนินการประกาศความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสารต่อไปโดยอาศัยการชี้นำของพระจิต

        เราอยากให้พระศาสนจักรเผยแผ่สาส์นนี้โดยอาศัยเครื่องมือสื่อสารและการประกาศแห่งยุคสมัยใหม่ เยาวชนมีปัญหามากมายเกี่ยวกับความเชื่อ แต่อยากได้รับคำตอบที่ไม่ใช่แบบกำปั้นทุบดินหรือที่ใช้สูตรโบราณเดิมๆ  พวกเราที่เป็นพระศาสนจักรใหม่อยากขอให้ผู้นำของเราพูดอะไรที่ตรงไปตรงมาเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับประเด็นที่มีการถกเถียงกันอยู่ เช่น การรักบุคคลเพศเดียวกัน และปัญหาเรื่องเพศ ซึ่งบรรดาเยาวชนก็มีการถกเถียงกันโดยหาทางออกยังไม่พบ เยาวชนมองพระศาสนจักรว่าเป็น “ปฏิปักษ์กับวิทยาศาสตร์”   ดังนั้นการเสวนากับบรรดานักวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน   เพราะวิทยาศาสตร์อาจให้ความสว่างกับความสวยงามแห่งการสร้าง  ในบริบทนี้พระศาสนจักรควรให้ความสนใจกับเรื่องธรรมชาติสิ่งแวดล้อมด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องมลพิษ ระบบนิเวศน์  นอกนั้นเราอยากเห็นพระศาสนจักรเห็นใจและยื่นมือไปยังผู้ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่ตามชายขอบสังคม ผู้ถูกเบียดเบียน และคนยากจน  พระศาสนจักรที่มีอำนาจแท้จริงและดึงดูดผู้อื่น คือพระศาสนจักรที่มีเหตุผล

12. ผู้นำเยาวชน

        พระศาสนจักรต้องให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจพร้อมกับมอบบทบาทผู้นำให้พวกเขาเพิ่มขึ้น  ตำแหน่งดังกล่าวควรเป็นในระดับวัด ระดับสังฆมณฑล ระดับชาติ ระดับนานาชาติ แม้คณะกรรมาธิการในสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน แต่เรารู้สึกมั่นใจว่าเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำ ที่จะเจริญพัฒนา และที่จะได้รับการสั่งสอนที่ดีจากสมาชิกที่อาวุโสกว่าของพระศาสนจักรรวมถึงจากบรรดานักบวชและฆราวาสทั้งชายและหญิง  เราต้องการโครงการอบรมผู้นำเยาวชน และโครงการซึ่งจะเป็นการพัฒนาผู้นำเยาวชนไปเรื่อย ๆ สตรีเยาวชนบางคนรู้สึกว่าขาดแบบฉบับและบทบาทเยาวชนสตรีผู้นำในพระศาสนจักร และพวกเขาเองก็อยากที่จะมอบพระพรแห่งปัญญาและความเป็นมืออาชีพให้กับพระศาสนจักร  เรายังเชื่อว่าสามเณรและนักบวชควรมีความสามารถมากกว่านี้ที่จะติดตามผู้นำเยาวชน

        นอกเหนือจากการตัดสินใจในระดับสถาบันแล้ว  เราต้องการเป็นคนร่าเริง กระตือรือร้น และดำเนินชีวิตแบบธรรมทูตภายในพระศาสนจักร  เราขอแสดงความปรารถนาอย่าจริงใจที่จะแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์  ความคิดสร้างสรรค์ดังกล่าวบ่อยครั้งจะปรากฏออกมาในดนตรี จารีตพิธีกรรม และศิลปะ  แต่ในขณะนี้นี่ยังเป็นศักยภาพที่ยังไม่มีการนำเอาออกมาใช้ในด้านวามคิดสร้างสรรค์ของพระศาสนจักร  ซึ่งบ่อยครั้งถูกครอบงำโดยสมาชิกอาวุโสของพระศาสนจักร

        นอกนั้นเรายังปรารถนาที่จะเห็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งซึ่งเยาวชนมีโอกาสแบ่งปันการต่อสู้ดิ้นรนและการเป็นประจักษ์พยานซึ่งกันและกัน  ในหลายๆท้องที่สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นแล้วด้วยความคิดริเริ่มของฆราวาส กระบวนการขับเคลื่อน และสมาคม แต่พวกเขาอยากได้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการและด้วยงบประมาณมากกว่านี้

        พระศาสนจักรใหม่ยังมองไปข้างหน้า :  เยาวชนหลงใหลกับการเมือง สังคม และกิจกรรมมนุษยชน  พวกเขาต้องการกระทำแบบคาทอลิกในโลกสาธารณะเพื่อทำให้สังคมดีกว่าเดิม  ในมิติต่างๆแห่งชีวิตพระศาสนจักรเหล่านี้เยาวชนใคร่ที่จะมีผู้ติดตามและเอาจริงจังกับประเด็นนี้เสมือนเป็นสมาชิกที่รับผิดชอบของพระศาสนจักร

13. สถานที่ที่ดีกว่า

        เราอยากให้พระศาสนจักรพบกับพวกเราในสถานที่ต่างๆ ณ ที่ซึ่งพระศาสจักรมีจำนวนน้อยหรือเกือบจะไม่มีตัวตน  ที่สำคัญสถานที่ที่เราอยากให้พระศาสนจักรออกมาพบเรา คือบนถนน ที่ซึ่งเราจะพบได้กับทุกคน  พระศาสนจักรควรที่จะหาหนทางที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ มาพบกับประชาชนซึ่งพวกเขารู้สึกสบาย ๆ และที่ซึ่งพวกเขามีสังคมอยู่กันตามธรรมชาติ : แม้ในบาร์ ร้านกาแฟ สวนสาธารณะ โรงยิม อัฒจันท์ และที่ต่าง ๆ ที่เป็นเหมือนศูนย์วัฒนธรรม ควรพิจารณาสถานที่ที่เข้าถึงยากด้วย เช่นในค่ายทหาร สถานที่ทำงาน บ้านนอก เช่นเดียวกันกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เราต้องการความสว่างแห่งความเชื่อในสถานที่ที่ค่อนข้างจะยากลำบากเช่น โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า โรงพยาบาล เพื่อนบ้านที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ภูมิภาคที่แหลกสลายด้วยสงคราม เรือนจำ ศูนย์พักฟื้น และแม้ในย่านที่มีไฟแดงเป็นต้น

        ในขณะที่พระศาสนจักรได้พบกับพวกเราหลายคนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลก เราอยากเห็นพระศาสนจักรอยู่ใสถานที่เหล่านี้มากขึ้นและให้มีความเป็นอยู่อย่างมีประสิทธิภาพด้วย  ทรัพยากรจะไม่มีวันสูญเสียไปเมื่อพวกเขามาอยู่ในสถานที่เหล่านี้ซึ่งเยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ ณ สถานที่เหล่านี้และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่มีภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจหลากหลาย  พวกเราหลายคนเป็นสมาชิกที่ซื่อสัตย์กับชุมชนวัดหรือสมาชิกของสถาบัน สมาคม หรือองค์กรต่าง ๆ ภายในพระศาสนจักร  ดังนั้นจึงจำเป็นที่เขาเหล่านั้นที่กำลังดำเนินการอยู่ควรที่จะได้รับการสนับสนุนจากชุมชนพระศาสนจักร เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้มแข็งขึ้นและได้รับแรงบันดาลใจที่จะทำการประกาศพระวรสารกับโลกภายนอก

        นอกนั้นยังมีสถานที่ทางกายภาพอื่น ๆ อีกเช่นกันที่พวกเรามีการเผชิญหน้ากัน  โลกดิจิตอลซึ่งเป็นที่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องถือเป็นที่สำคัญซึ่งพระศาสนจักรจะต้องให้ความสนใจ  เราอยากเห็นพระศาสนจักรที่เราเข้าถึงได้โดยอาศัยสื่อสารสังคมเช่นเดียวกับพื้นที่ดิจิตอลอื่นๆ เพื่อที่จะสามารถเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระศาสนจักรได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ รวมถึงคำสอนของพระศาสนจักร และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเยาวชน พูดสั้น ๆ คือ พวกเราควรได้รับการพบปะในที่ที่เราอยู่ ไม่ว่าจะในมิติแห่งปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคม และกายภาพ

14. ความคิดริเริ่มควรได้รับการสนับสนุน

        เราอยากมีประสบการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเรากับพระเยซูในโลกที่เป็นจริงมีความล้ำลึกมากยิ่งขึ้น  ความคิดริเริ่มที่สำเร็จช่วยให้เรามีประสบการณ์กับพระเจ้า  เพราะฉะนั้นเราจึงตอบสนองต่อความคิดริเริ่มซึ่งทำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับศีลศักดิ์สิทธิ์ การสวดภาวนา และจารีตพิธีกรรม เพื่อที่เราจะได้มีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมและเพื่อพิทักษ์ความเชื่อของเราในโลกที่มีแต่โลกียวิสัย  ศีลศักดิ์สิทธิ์มีคุณค่ามหาศาลต่อเราซึ่งเราปรารถนาที่จะพัฒนาจิตสำนึกของเราให้ล้ำลึกว่าสิ่งนี้มีหมายความอย่างไรในชีวิตของเรา  และยังมีความจริงเช่นเดียวกันสำหรับการเตรียมตัวแต่งงาน ศีลอภัยบาป การเตรียมตัวรับศีลล้างบาปของเด็ก ฯลฯ  เนื่องจากขาดการอธิบายที่น่าสนใจและชัดเจนถึงความหมายศีลศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงนั้นให้อะไร บางคนในพวกเราจึงผ่านกระบวนการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ แต่ไม่เข้าใจหรือให้คุณค่าที่ควรแก่ศีลศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น

        ความคิดริเริ่มที่เป็นผลดีบางอย่างได้แก่:  เหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่นวันเยาวชนโลก หลักสูตรหรือการอบรมที่ให้คำตอบและการฟื้นฟูจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความเชื่อใหม่ พันธกิจที่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ค่ายคำสอนเยาวชน การเข้าเงียบวันสุดสัปดาห์ การฝึกสมาธิ เหตุการณ์ที่เป็นพระพรของพระจิต ร่วมวงนักขับร้อง สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การแสวงบุญ สโมสรกีฬาคาทอลิก กลุ่มเยาวชนระดับวัด หรือระดับสังฆมณฑล กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ กลุ่มนิสิตคาทอลิกในมหาวิทยาลัย กลุ่มศรัทธาต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มกระบวนขับเคลื่อนและสมาคมต่าง ๆ ภายในพระศาสนจักร

        เราร่วมมือกันกับเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่มีการบริหารจัดการเป็นอย่างดี  ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ใหญ่ ๆ เสมอไป  แม้กลุ่มเล็ก ๆ ในท้องถิ่นที่เราสามารถแสดงออก ชี้แนะปัญหา และแบ่งปันมิตรภาพแบบคริสตชนกันได้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันในการรักษาความเชื่อของเรา  เหตุการณ์เล็ก ๆ เหล่านี้ในพื้นที่สังคมสามารถปิดช่องว่างเหตุการณ์ของพระศาสนจักรที่ใหญ่กว่ากับวัดได้  การรวมตัวกันในทำนองนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับประเทศที่ไม่ค่อยยอมรับคริสตชนเท่าไร มิติสังคมและชีวิตจิตแห่งความคิดริเริ่มของพระศาสนจักรจะสามารถเอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน นอกนั้นยังมีความปรารถนาที่จะก้าวออกไปสู่สังคมในวงกว้างและทำการประกาศพระวรสารแก่ผู้ที่กำลังทนทุกข์เพราะการเจ็บไข้ได้ป่วยและติดยาเสพติด  ในขณะเดียวกันก็ดำเนินการเสวนากับผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๆ ความต่างทางวัฒนธรรม และผู้ที่อยู่ในบริบทสังคมเศรษฐกิจต่าง ๆ กัน  พระศาสนจักรควรเพิ่มความคิดริเริ่มในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และการอพยพย้ายถิ่นที่ถูกบังคับ รวมถึงการค้ายาเสพติดที่มีความสำคัญเป็นพิเศษในลาตินอเมริกา

15. เครื่องมือที่จะนำมาใช้

        พระศาสนจักรต้องพยายามใช้ภาษา ธรรมเนียม และวัฒนธรรมของเยาวชนเพื่อที่ทุกคนจะได้มีโอกาสฟังข่าวดีแห่งพระวรสารแม้ว่าเราจะชื่นชอบกับการแสดงออกด้วยวิธีต่าง ๆ ของพระศาสนจักร พวกเราบางคนชอบ “ไฟ” ของกระบวนการคาริสมาติกร่วมสมัยของพระจิต บางคนก็นิยมความเงียบ การรำพึง และจารีตพิธีกรรมแบบเก่าที่ชวนศรัทธา เหล่านี้เป็นสิ่งดีเพราะช่วยเราให้สวดภาวนาในวิธีที่แตกต่างกัน  ภายนอกพระศาสนจักรเยาวชนจำนวนมากดำเนินชีวิตจิตตามความพอใจของตน แต่พระศาสนจักรสามารถช่วยพวกเขาได้ด้วยเครื่องมือที่ถูกต้องเหมาะสม

  • สื่อต่าง ๆ – อินเตอรร์เน็ตทำให้พระศาสนจักรมีโอกาสที่จะเผยแผ่พระวรสารได้เป็นอย่างดีชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยสื่อสารสังคมและวีดีโอออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่จะพบและคุยกับเยาวชนที่นับถือศาสนาอื่นด้วยโดยไม่เว้นผู้ใดทั้งสิ้น  วีดีโอที่เผยแพร่อยู่เสมอของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ศักยภาพของการประกาศพระวรสารโดยทางอินเตอร์เน็ต
  • ประสบการณ์กับช่องว่าง – ในการรับใช้หลายปีภายในกระบวนการขับเคลื่อนและองค์การกุศลทำให้เยาวชนมีประสบการณ์งานของมิสซังและมีพื้นที่ในการรำพึงไตร่ตรอง  ยังเปิดโอกาสให้พระศาสนจักรได้พบกับคนที่ไม่มีความเชื่อและคนต่างศาสนาในโลกด้วย
  • ศิลปะและความสวยงาม – ความสวยงามเป็นสิ่งที่ยอมรับกันในสากลโลกและพระศาสนจักรมีประวัติศาสตร์แห่งการมีส่วนและทำการประกาศพระวรสารโดยอาศัยศิลปะ เช่น ดนตรี ศิลปะภาพวาด สถาปัตยกรรม การออกแบบ ฯลฯ  เยาวชนจะตอบสนองได้อย่างเป็นพิเศษและมีความชื่นชมกับการที่เป็นผู้ทีมีความคิดสร้างสรรค์และการที่ตนมีโอกาสแสดงออก
  • การนมัสการ การรำพึง และการพิศเพ่ง – นอกนั้นเรายังชื่นชอบความเงียบที่ประเพณีการการนมัสการศีลมหาสนิทและการภาวนาแบบพิศเพ่งซึ่งธรรมเนียมประเพณีของพระศาสนจักรนำมามอบให้เรา  ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เราอยู่ห่างจากเสียงแห่งการสื่อสารสมัยใหม่และเป็นพื้นที่ที่เราจะได้พบกับพระเยซูคริสตเจ้า  ความเงียบเป็นสถานทีที่เราจะได้ยินเสียงของพระเจ้าและแยกแยะพระประสงค์ของพระองค์สำหรับเรา  หลายคนที่อยู่ภายนอกพระศาสนจักรก็นิยมสมาธิเช่นเดียวกัน และวัฒนธรรมอันมั่งคั่งของพระศาสนจักรในเรื่องนี้สามารถเป็นสะพานให้กับคนเหล่านั้นที่อยู่ในโลกแต่ดำเนินชีวิตจิต ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่จะมีประสิทธิภาพสูง
  • การเป็นประจักษ์พยาน – เรื่องราวส่วนบุคคลของพระศาสนจักรเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพในการประกาศพระวรสารในฐานะที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งไม่อาจมีการโต้แย้งได้  ประจักษ์พยานของคริสตชนสมัยใหม่ที่ถูกเบียดเบียนในตะวันออกกลางล้วนเป็นประจักษ์พยานที่เข้มแข็งต่อชีวิตที่สมบูรณ์ในพระศาสนจักร ยังคงเหมาะสมสำหรับพวกเราในฐานะที่เป็นหนทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์และความสำเร็จ
  • กระบวนการประชุมสมัชชาซีน็อด – เรารู้สึกตื่นเต้นที่พระฐานานุกรมของพระศาสนจักรเอาจริงเอาจัง และเรารู้สึกว่าการเสวนาระหว่างเยาวชนกับพระศาสนจักรรูปแบบเก่ามีความสำคัญ และเป็นกระบวนการฟังที่เกิดประโยชน์  คงจะเป็นเรื่องน่าละอายหากการเสวนานี้ไม่ได้ถูกทำให้เป็นโอกาสที่จะเดินหน้าและเจริญเติบโตต่อไป  วัฒนธรรมแห่งการเปิดใจกว้างนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเรา

ขณะเริ่มการประชุมก่อนสมัชชาซีน็อดและในจิตตารมณ์แห่งการเสวนา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้นำเอาประโยคหนึ่งจากพระวรสารมากล่าว  “ต่อจากนี้เราจะหลั่งจิตของเราลงเหนือมนุษย์ทุกคน  บรรดาบุตรชายและบุตรหญิงของท่านจะประกาศพระวาจา  บรรดาคนชราของท่านจะฝันเห็นสิ่งต่าง ๆ  บรรดาคนหนุ่มสาวของท่านจะเห็นนิมิต” (โยเอล 3: 1)