slide1 slide3 slide2 slide4

สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับวันอาทิตย์ปาสกาแปดประการ

สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับวันอาทิตย์ปาสกาแปดประการ

            นี่คือวันอันยิ่งใหญ่ของบรรดาคริสตชน ต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับปาสกา 8 ประการ ที่นักพระคัมภีร์ จิมมี อาคิน (Jimmy Akin) ได้เขียนไว้

       ขอขอบคุณวันสมโภชปาสกาเป็นวันสำคัญที่สุดในปฏิทินคาทอลิก ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วการสมโภชนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าวันคริสต์มาส

          อะไรเกิดขึ้นในวันนี้?

 

        การกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์เป็นความจริง เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือ?         

          พระศาสนจักรทำการเฉลิมฉลองวันนี้อย่างไร?

        ปาสกาเป็นวันหยุดของคนที่ไม่มีความเชื่อได้อย่างไร?

        ต่อไปนี้คือ สิ่งที่น่ารู้ 8 ประการ

1.อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในวันปัสกา

มีหลายสิ่งด้วยกัน:

  • บรรดาสตรีรีบไปยังพระคูหา เพื่อชะโลมพระศพของพระเยซู
  • พวกเขาเห็นทูตสวรรค์ที่บอกพวกเขาว่าพระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ที่นั่น
  • พวกเขารีบไปแจ้งแก่บรรดาอัครสาวกซึ่งตอนแรกไม่เชื่อพวกสตรี
  • เปโตรและศิษย์คนโปรดรีบวิ่งไปยังพระคูหาแล้วพบว่า “พระคูหาว่างเปล่า”
  • โดยเฉพาะมารีย์มักดาเลนาได้พบกับพระเยซูผู้เสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพ
  • และศิษย์ก็ได้พบพระองค์เช่นเดียวกันบนถนนสู่ตำบลเอมมาอุส
  • เปโตรก็ได้พบพระองค์เช่นเดียวกัน
  • รวมถึงอัครสาวกทุกคน ยกเว้นโทมัส (ซึ่งได้พบกับพระองค์ภายหลัง)
  • พระเยซูคริสต์ได้กลับคืนชีพจากความตาย!

เพื่ออ่านเหตุการณ์ดังกล่าวในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ขอเชิญเปิดพระคัมภีร์ ดังนี้:

  • พระวรสารโดยนักบุญมัทธิว Matthew 28:1-15
  • พระวรสารโดยนักบุญมาร์โก Mark 16:1-20
  • พระวรสารโดยนักบุญลูกา Luke 24:1-49
  • พระวรสารโดยนักบุญยอห์น John 20:1-31

 2. คำถาม การกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องจริง หรือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ หรือเป็นอะไรอย่างอื่น?

คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกอธิบายไว้ดังนี้:

        ข้อ 639 พระธรรมล้ำลึกแห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นเหตุการณ์จริงพร้อมกับมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าเป็นความจริงเฉกเช่นที่พระคัมภีร์ภาคพัธสัญญาใหม่เป็นประจักษ์พยาน

ในราวปี ค.ศ. 56 นักบุญเปาโลสามารถเขียนจดหมายถึงชาวโครินธ์ว่า:

“ข้าพเจ้าขอมอบเป็นความสำคัญประการแรกถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับมา นั่นคือพระพระคริสตเจ้าได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเราตามความในพระคัมภีร์  พรองค์ทรงถูกฝังไว้ พระองค์เสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพในวันที่สามตามความในพระคัมภีร์ แล้วพระองค์ก็ทรงปรากฏให้เชฟาสได้เห็น จากนั้นก็อัครสาวก 12 คน”

        อัครสาวกกล่าวตรงนี้ถึงกิตติศัพท์พระผู้ทรงชีวิตแห่งกลับเป็นขึ้นมา ซึ่งท่านเปาโลทราบหลังจากที่ได้กลับใจ ณ ประตูเมืองดามัสกัส

3. อะไรคือความหมายของ พระคูหาว่างเปล่า? 

คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกอธิบายว่า:

       ข้อ 640 ... ปัจจัยแรกที่เราพบนอกรอบของเหตุการณ์วันปาสกาคือพระคูหาที่ว่างเปล่า ในตัวมันเองไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์โดยตรงถึงการกลับคืนชีพ การที่พระศพของพระเยซูคริสต์หายไปจากฑณธคูหาไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นอย่างอื่นได้

        อย่างไรก็ตาม หลุมศพที่ว่างเปล่ายังคงเป็นเครื่องหมายสำคัญสำหรับทุกคน การพบโดยสาวกเป็นขั้นแรกที่ทำให้เราทราบถึงความจริงเกี่ยวกับการคืนชีพของพระเยซูคริสต์

        เรื่องราวเป็นดังนี้ ครั้งแรกกับบรรดาสตรีใจศรัทธา ถัดจากนั้นก็เป็นเปโตร และศิษย์ “คนโปรดของพระเยซู” ยืนยันว่าเมื่อพวกเขาเข้าไปในคูหาที่ว่างเปล่า เขาพบผ้าลินินพับไว้และกองอยู่ที่นั้น   “เขาเห็นและเขาก็เชื่อ”

       นี่แสดงว่าเขามั่นใจจากการที่เห็นคูหาว่างเปล่าและการที่ไม่มีศพของพระเยซูอยู่ว่าไม่อาจเป็นฝีมือมนุษย์ และพระเยซูคริสต์ไม่เพียงกลับมีชีวิตใหม่ในโลก เฉกเช่นกรณีของลาซารัส

4. การปรากฏองค์ของพระคริสตเจ้าหลังการกลับฟื้นพระชนม์ชีพมีความสำคัญอย่างไร?

คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกอธิบายว่า: 

       ข้อ 641 มารีย์ มักดาเลน และสตรีใจศรัทธาซึ่งไปยังพระคูหา เพื่อชะโลมพระศพของพระเยซูซึ่งถูกฝังอย่างเร่งรีบ เนื่องจากวันนั้นเป็นวันสะบาโต ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ได้พบพระผู้เสด็จกลับฟื้นพระชนม์ชีพ

        ดังนั้นบรรดาสตรีจึงเป็นผู้นำข่าวดีคนแรกของกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ไปบอกให้บรรดาอัครสาวกทราบ...

        ข้อ 642 ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปาสกามีอัครสาวกแต่ละคนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะเปโตร ในการสร้างศักราชใหม่แห่งเช้าวันอาทิตย์ปัสกา

        ในฐานะประจักษ์พยานของพระผู้เสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพ  พวกเขาคือเสาหลักของพระศาสนจักร ความเชื่อของชุมชนผู้มีความเชื่อมีพื้นฐานอยู่ในพยานของมนุษย์ที่เป็นคริสตชนซึ่งส่วนใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางพวกเขา

        เปโตรและอัครสาวกทั้ง 12 คนคือ “การเป็นประจักษ์พยานต่อการฟื้นพระชนม์ชีพ” กลุ่มแรก  แต่ไม่ใช่มีแต่พวกเขาเท่านั้น  นักบุญเปาโลพูดอย่างชัดเจนว่ามีมากกว่า 500 คนที่พระเยซูคริสต์ทรงปรากฏให้พวกเขาเห็นเพียงในโอกาสเดียว    ยาก็อบและอัครสาวกอื่น ๆ ก็พูดทำนองเดียวกัน

        ข้อ 643 เมื่อมีหลักฐานเช่นนี้ การกลับคืนชีพของพระเยซูคริสตเจ้าไม่สามารถที่จะอธิบายว่าเป็นอะไรที่อยู่นอกกฎแห่งกายภาพได้ และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ยอมรับว่านี่เป็นความจริงในประวัติศาสตร์

5. การกลับฟื้นชีพของพระคริสตเจ้ามีความสำคัญอย่างไรสำหรับเรา?

คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกอธิบายว่า:

       ข้อ 658 “ถ้าหากพระเยซูคริสต์ไม่ได้เสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพ การเทศน์และความเชื่อของเราก็จะไร้ค่า”

        และที่สำคัญที่สุดคือการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพคือการยืนยันถึงผลงานและคำสอนของพระคริสตเจ้า

        ความจริงทุกอย่างแม้ว่าเหตุผลของมนุษย์ไปไม่ถึงจะพบกับความชอบธรรมหากพระคริสตเจ้าโดยอาศัยการกลับคืนชีพของพระองค์มีการพิสูจน์อย่างชัดเจนด้วยอำนาจแห่งความเป็นพระเจ้าของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้

        ข้อ 658 พระเยซูคริสตเจ้า “คนแรกที่เกิดขึ้นใหม่จากความตาย”(คส. 1: 18) คือต้นตอหลักแห่งการกลับมีชีวิตใหม่ของพวกเรา แม้บัดนี้โดยอาศัยความชอบธรรมแห่งดวงวิญญาณของเรา (เทียบ รม. 6: 4) และอีกสักวันโดยชีวิตใหม่ที่พระองค์จะทรงประทานให้กับกายของเรา (เทียบ รม. 8: 11)

6. เราทำการระลึกถึงวันนี้อย่างไร? 

       การเฉลิมฉลองสมโภชปาสกากระทำกันในเย็นวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือว่าเป็นพิธีบูชาขอบพระคุณหรือมิสซาวันสุกดิบก่อนวันสมโภชปาสกา ผลที่ตามมาคือ การฉลองวันอาทิตย์ปาสกา อย่างน้อยก็เท่าที่มีความเกี่ยวข้องกับพระศาสนจักร (ไม่เห็นด้วยกับการค้นหาไข่และลูกเป็ด หรือการค้นหาสิ่งเหล่านี้ตามกอหญ้า) จะไม่ค่อยมีสาระยิ่งใหญ่นัก

        ตามเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับการเฉลิมฉลองสมโภชปาสกา จากหนังสือ Paschalis Solemnitatis:

        ข้อ 97 พิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทัตย์ปาสกาต้องทำพิธีเฉลิมฉลองอย่างสง่า

        นี่เป็นความเหมาะสมที่พิธีอภัยบาปวันนี้ควรทำในรูปแบบของการพรมน้ำเสกที่ได้เสกในค่ำวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งในระหว่างการพรมน้ำเสกควรมีการขับร้องบทเพลง Vidi aquam หรือบทเพลงอื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศีลล้างบาป

        ที่ใส่น้ำเสกหน้าวัดควรเติมน้ำเสกไว้ให้เต็ม

7. บทบาทของ “เทียนปาสกา” คืออะไร?

เอกสาร Paschales Solemnitatis ให้คำอธิบายว่า:

          ข้อ 99 เทียนปาสกามีที่ตั้งเฉพาะที่ตั้งไว้อย่างสง่า ณ ด้านข้างของธรรมมาสน์สำหรับอ่านพระวาจา หรือข้างพระแท่นใหญ่และควรจุดอย่างน้อยก็ในจารีตพิธีที่มีความสำคัญต่างๆในเทศกาลจนถึงวันสมโภชพระจิตเจ้าไม่ว่าจะเป็นระหว่างพิธีบูชาขอบพระคุณหรือในขณะการสวดทำวัตรเช้าเย็น

        หลังเทศกาลปาสกาควรเก็บเทียนอย่างเหมาะสมในที่โปรดศีลล้างบาป เพื่อเมื่อทำพิธีโปรดศีลล้างบาปจะได้ต่อเทียนจากเทียนปาสกานี้   

        ในการทำพิธีปลงศพ ควรนำเทียนปาสกาไปตั้งไว้ใกล้โลงศพเพื่อแสดงว่าความตายของคริสตชนเป็นการก้าวข้ามเข้าสู่ชีวิตตนเอง

        แนะนำว่าไม่ควรจุดเทียนปาสกาในโอกาสที่ไม่ได้กล่าวถึง หรือเก็บไว้ในห้องหลังพระแท่น (ซาคริสตี) นอกเทศกาลปาสกา

8. ปาสกาเป็นวันหยุดของคนต่างศาสนาหรือไม่?

       คำตอบคือ ไม่

ขอแนะนำหนังสือที่น่าอ่าน


 

       หนังสือวิจารณ์และการตีความเกี่ยวกับพระวรสารโดยนักบุญมาระโกซึ่งจะมีการอธิบายข้อความทั้งหมดโดยที่ท่านนจะได้รับข้อมูลน่าทึ่งชนิดที่ท่านไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อน ซึ่งจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาคำแต่ละคำโดยมีการตั้งคำถามที่กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์จะนำไปใช้ได้อย่างรูปธรรม

        นอกนั้นยังมีคำแนะนำในการศึกษาเกี่ยวกับ lectio divina ซึ่งท่านสามารถที่จะอ่านควบคู่ไปกับพระวรสารโดยนักบุญมาระโกในจารีตพิธีและไตร่ตรองความหมายของก่อนหรือหลังพิธีบูชาขอบพระคุณ

(วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บบทความนี้มาเพื่อการไตร่ตรองโอกาสสมโภชปาสกา)