slide1 slide3 slide2 slide4

วิธีการใหม่สำหรับ “visita ad limina apostolorum” และการถวายรายงานต่อสมเด็จพระสันตะปาปา ของบรรดาพระสังฆราชท้องถิ่นประจำสังฆมณฑล

วิธีการใหม่สำหรับ “visita ad limina apostolorum”

และการถวายรายงานต่อสมเด็จพระสันตะปาปา

ของบรรดาพระสังฆราชท้องถิ่นประจำสังฆมณฑล

 

รูปภาพตัวอย่างพระสังฆราชแห่งอัลบาเนียพบสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสที่วาติกัน

วันที่ 30 มีนาคม 2017

       

ความหมายของ “Quinquennial visita ad limina apostolorum” คือ การปฏิบัติที่ไม่อาจละเลยได้ ที่ทุก ๆ 5 ปี บรรดาพระสังฆราชประจำสังฆมณฑลของแต่ละประเทศหรือแต่ละสภาพระสังฆราชฯ จะต้องไปกรุงโรมเพื่อเยือนหลุมศพของอัครสาวกเปโตร และอัครสาวกเปาโล และถวายรายงานอย่างเป็นทางการต่อมเด็จพระสันตะปาปา เกี่ยวกับ

สถานภาพการอภิบาลของแต่ละสังฆมณฑล ธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้มีมานานเกือบ 450 มาแล้ว (ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิกวางแนวทางไว้ชัดเจน มาตรา 399 และ 400)

เพื่อส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเพิ่มวาระการประชุมตามปกติขึ้นอีกหนึ่งวาระ คือให้บรรดาสมณมนตรีแห่ง
สมณกระทรวงฯ หรือสมณสภาฯต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมและพบปะกับบรรดาพระสังฆราชประจำแห่งสังฆมณฑลในช่วงเวลาการเยือน Ad limina

        ดังที่กล่าวข้างต้น Ad limina apostolrum หรือ “การเยี่ยมหลุมศพของอัครสาวกเปโตรและเปาโล” เป็นการเยือนและหารือของคณะพระสังฆราชจากภูมิภาค
ต่าง ๆ ทั่วโลก และถวายรายงานต่อพระสันตะปาปาทุก ๆ 5 ปี ซึ่งตามปกติในโอกาสเยือนดังกล่าวบรรดาพระสังฆราชจะไปถวายบูชาขอบพระคุณ ณ หลุมศพของนักบุญเปโตรและเปาโล

        รูปแบบของ Ad limina visit ยุคก่อนสมณสมัยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ได้มีการปฏิบัติ ตามขั้นตอนคือก่อนที่พระสังฆราชจะเข้าเฝ้าถวายรายงานต่อพระสันตะปาปา พระสังฆราชจากประเทศหนึ่งประเทศใดหรือภูมิภาคใดจะไปเยี่ยมสมณกระทรวงฯ หรือสมณสภาต่างๆในวาติกัน ซึ่งโอกาสนั้นสามารถขอพบเป็นการส่วนตัวกับสมณมนตรีของแต่ละกระทรวงฯ หรือแต่ละสมณสภาฯ เพื่อปรึกษาหารือขอคำแนะนำในปัญหาพิเศษอะไรบางประการได้

        ในช่วงของการเยือนดังกล่าวสภาพระสังฆราชจะเตรียมรายงานสำหรับแต่ละกระทรวงโดยอธิบายถึงสภาพแห่งพระศาสนจักรในประเทศหรือภูมิภาคของตน

        ในการเข้าเฝ้าของบรรดาพระสังฆราชกับพระสันตะปาปาจะมีการแลกคำปราศรัยต่อกันและกัน ประธานสภาพระสังฆราชจะรายงานเกี่ยวกับสถานภาพแห่งภูมิภาคตน และพระสันตะปาปาจะปราศรัยแนะนำการอภิบาลและเรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ

        หลังจากการปราศรัยของทั้งสองฝ่ายจบแล้ว พระสันตะปาปาจะทรงมีการสนทนาสั้น ๆ กับพระสังฆราชแต่ละองค์ และถ่ายภาพร่วมกัน

        ตั้งแต่เริ่มสมณสมัยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส  พระองค์ทรงเลือกวิธีการใหม่ คือลักษณะการสนทนาแบบเปิดกว้างกับพระสังฆราชทั้งกลุ่ม พระสังฆราช
ทุกองค์สามารถตั้งคำถามได้แบบเปิดเผย ตรงไปตรงมา แล้วพระสันตะปาปาจะทรงตอบทันที

        พระสันตะปาปาจะทรงมีคำปราศรัยแบบเป็นทางการที่เตรียมไว้แล้วด้วย และจะแจกสำเนาให้พระสังฆราชทุกองค์

        สังเกตได้ว่าบ่อยครั้งสมเด็จพระสันตะปาปายกเลิกคำปราศรัยที่เคยเตรียมไว้ล่วงหน้าของพระองค์ เพราะคล้ายๆเป็นการเขียนคำหรูและเป็นสูตร “Formality” พระสันตะปาปาจะไม่อ่านข้อความแบบทางการลักษณะพิธีการทางการทูต ดังนั้นบรรดานักข่าวหรือสำนักข่าวจะไม่ทราบเรื่องราวที่มีสนทนาหรืออภิปรายกันในระหว่างบรรดาพระสังฆราชและพระสันตะปาปา พวกเขาทราบเพียงกว้าง ๆ
การเยือนจากพระสังฆราชประเทศโน้นประเทศนี้ เท่านั้นเอง

        เมื่อไม่นานมานี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเปลี่ยนวิธีของ Ad limina visit อีกเล็กน้อย กล่าวคือ ระหว่างการเข้าเฝ้าหารือกับบรรดาพระสังฆราช พระสันตะปาปาประทับเป็นองค์ประธาน พร้อมกับเชิญสมณมนตรีของกระทรวง หรือสมณสภาต่างๆแห่งวาติกันให้เข้าร่วมอยู่ด้วย

        แต่ไม่ใช่สมณมนตรีของทุกสมณกระทรวงฯ หรือของทุกสมณสภาฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย  มีแต่เฉพาะสมณกระทรวงฯ และสมณสภาฯที่มีความเกี่ยวข้องกับการอภิบาล หรือที่เกี่ยวกับประเด็นที่มีปัญหาสำคัญบางประการในภูมิภาคของพระสังฆราชที่ไปเยือนเท่านั้น

        ขอยกตัวอย่าง พระสังฆราชผู้ช่วยแห่งอัครสังฆมณฑลมอนทรีออล คานาดาแบ่งปันกับเราว่า “นี่เป็นครั้งแรกกับกลุ่มของเราที่พระสันตะปาปาทรงพบกับเราสองครั้ง พวกเราได้เข้าเฝ้าพระองค์ก่อนในช่วงแรก และอีกช่วงคือเข้าเฝ้าพระองค์ร่วมกับสมณมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จากนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมณมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง”

        พระสังฆราชผู้ช่วยอธิบายว่า นี่เป็นลักษณะ Ad limina visit แบบใหม่เหมือนการประชุมเพื่อการประสานงาน ซึ่งรวมถึงผู้แทนจากสำนักเลขาธิการแห่งรัฐ สมณกระทรวงเพื่อนักบวช จากสมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศข่าวดีใหม่ และสมณสภาเพื่อฆราวาส ครอบครัว และชีวิต

        ทางหน่วยงานของสันตะสำนักขอบคุณที่มีการแปลภาษาและทำข้อสรุปในการรายงานของแต่ละสังฆมณฑลซึ่งทำให้พระสันตะปาปา บรรดาสมณมนตรี และพระสังฆราชมีการ “แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับพระศาสนจักรในภูมิภาคและความต้องการของพระศาสนจักรเหล่านั้น  พวกเราได้รับคำแนะนำจากโรมันคูเรีย เรามอบความคิดเห็นของเราให้กับพวกเขา แล้วเจ้าหน้าที่ในโรมัน
คูเรียก็ให้ความคิดเห็นแก่เรา” แล้ว “พระสันตะปาปาก็ทรงรับฟังความคิดเห็นจากพวกเราทุกประเด็น จากนั้นพวกเราก็ดื่มกาแฟด้วยกันเมื่อจบการพบปะกัน”

        พระสังฆราชผู้ช่วยแห่งนครมอนทรีออลเสริมว่า “โดยหลัก ๆ แล้วพระสันตะปาปาตรัสว่า ‘เราต้องการฟังจากพวกท่านเกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกท่าน ช่วยเล่าประสบการณ์ของท่านให้เราทราบด้วย” สมณกระทรวงต่างๆได้เตรียมข้อคิดต่างๆซึ่งได้มาจากพื้นฐานของรายงานที่ส่งไปยังสันตะสำนักก่อนที่จะมีการเยือนกรุงโรม อัด ลีมีนา - ad limina”

          “บางสมณกระทรวงฯ หรือบางสมณสภาฯ ได้อ่านรายงานต่างๆที่บรรดาสังฆราชท้องถิ่นส่งไปให้ล่วงหน้า และข้อเสนอต่าง ๆ ที่ได้ตระเตรียมไว้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านมาก่อน แต่อย่างไรก็ตามบรรดาผู้นำหรือตัวทนจากสมณกระทรวงจะตอบคำถามต่าง ๆ จากประสบการณ์ เมื่อมีการหยิบยกประเด็นขึ้นมาพูดในการอภิปราย”

        ในช่วงที่บรรดาพระสังฆราชท้องถิ่นพบปะกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระองค์ทรงตั้งใจฟังด้วยความสนใจทุก ๆ หัวข้อในการอภิปราย  จากนั้นพระองค์จะทรงมีพระดำรัสตอนจบ เพื่อสรุปประเด็นการอภิปรายและให้คำแนะนำแบบหลักการกว้าง ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติ

        ขอยกตัวอย่าง การเยือน “อัด ลีมินา” ของบรรดาพระสังฆราชแห่งประเทศเปรู เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017 พร้อมกับมีการประชุมและอภิปรายพิเศษดังที่ได้กล่าวไว้

        พระอัครสังฆราชโฮเซ อันโตนีโอ เอกูเร็น อัลเซลมี แห่งปีอูรา (Jose Antonio Eguren Anselmi of Piura) ได้เล่าให้ฟังว่า ในการเยือน “อัด ลีมินา” ที่ผ่านมา มีการพบปะกับสมเด็จพระสันตะปาปาสองช่วง ช่วงแรกพบพระองค์พร้อมกับสมณมนตรีกระทรวงบางสมณกระทรวงฯ จากนั้นช่วงที่สองพระสันตะปาปาพบกับบรรดาพระสังฆราช และ “เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเอาใจใส่เป็นอย่างมากต่อพระศาสนจักรท้องถิ่น เราใช้เวลา 4 ชั่วโมงกับพระสันตะปาปา” อาจเป็นเพราะเรามาจากลาติน อเมริกา ใช้ภาษาสเปน และเรามีจำนวนประมุขสังฆมณฑลหลายท่าน และเป็นช่วงเตรียมการเสด็จเยือนประเทศเปรู

       อย่างไรก็ตาม บรรดาพระสังฆราชท้องถิ่นจากสภาพระสังฆราชจากประเทศต่าง ๆ ใช้ระยะเวลาในการพบกับพระสันตะปาปาที่แตกต่างกันเพราะสถานการณ์แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บ้างก็สองชั่วโมง บ้างก็สามหรือสี่ชั่วโมง

เนื่องจากคณะพระสังฆราชไทย ประมุขเขตปกครองทั้ง 10 สังฆมณฑล กำลังจะไปกรุงโรม เพื่อการ “visita ad limina apostolorum” ในการเข้าเฝ้าถวายรายงานต่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ซึ่งมีกำหนดการ วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 ตามปกติบรรดาพระสังฆราชท้องถิ่นของแต่ละสภาพระสังฆราช ต้องเยือนกรุงโรมเพื่อการนี้ทุก ๆ  5 ปี การเยือน “อัด ลีมีนา” ของบรรดาพระสังฆราชไทยในครั้งที่แล้ว คือ ปี ค.ศ. 2008 ซึ่งตามกฏเกณฑ์การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบหมู่คณะนี้น่าจะเป็น ปี ค.ศ. 2013 แต่เนื่องจากในช่วงนั้นได้มีการเปลี่ยนสมณสมัยผู้นำสูงสุดของพระศาสนจักรคาทอลิก และพระพันธกิจเร่งด่วนมากมายของสมเด็จพระสันตะปาปา ดังนั้นการเยือนกรุงโรมดังกล่าวจึงถูกเลื่อนมาเป็น ปี ค.ศ. 2018 ซึ่งเป็นเวลาเนิ่นนานถึง 10 ปี นับจากการเยือนครั้งสุดท้าย

 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บเรื่องนี้มาเล่าเพื่อขอคำภาวนาจากทุกภาคส่วนในพระศาสนจักรคาทอลิกท้องถิ่นในประเทศไทยของเรา ขอพระจิตเจ้าโปรดนำทางให้พันธกิจดังกล่าวบรรลุผลที่ดีงาม)