slide1 slide3 slide2 slide4

การเข้าเฝ้าแบบทั่วไปกับสมเด็จพระสันตะปาปา: ศีลล้างบาป “ศีลล้างบาปทำให้พระคริสตเจ้าสถิตในเราและทำให้เรามีชีวิตหนึ่งเดียวกันกับพระองค์”

การเข้าเฝ้าแบบทั่วไปกับสมเด็จพระสันตะปาปา: ศีลล้างบาป

“ศีลล้างบาปทำให้พระคริสตเจ้าสถิตในเราและทำให้เรามีชีวิตหนึ่งเดียวกันกับพระองค์”

วันพุธที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2018

 

            ในการเข้าเฝ้าแบบทั่วไปวันพุธที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2018 ที่จัตุรัสมหาวิหารนักบุญเปโตรสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสพบกับกลุ่มผู้แสวงบุญและสัตบุรุษชาวอิตาเลียนและจากทั่วโลก

 

        หลังจากที่ได้สอนคำสอนเกี่ยวกับพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) จบไปชุดหนึ่งแล้วด้วยคำปราศรัยที่เป็นภาษาอิตาเลียน พระองค์ทรงนำเสนอการรำพึงไตร่ตรองเรื่องเกี่ยวกับศีลล้างบาป: 1. พื้นฐานของชีวิตคริสตชน

        หลังจากที่ได้สรุปคำสอนของพระองค์เป็นหลายภาษาแล้วสมเด็จพระสันตะปาปาก็ทรงดำเนินไปทักทายผู้เข้าเฝ้าแบบทั่วไปกลุ่มต่าง ๆ

        การเข้าเฝ้านี้จบลงด้วยการร้องเพลง “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” และตามด้วยการอวยพระของสมเด็จพระสันตะปาปา

* * *

ต่อไปนี้เป็นการสอนคำสอนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

อรุณสวัสดิ์พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลาย

       เทศกาลปัสกาตลอดระยะเวลา 50 วันเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากสำหรับการไตร่ตรองเกี่ยวกับชีวิตคริสตชนซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว เป็นชีวิตที่เกิดมาจากพระคริสตเจ้าเอง  ความจริงตัวเราเป็นคริสตชนอย่างไรขึ้นอยู่กับการที่เรายินยอมให้พระคริสตเจ้าดำเนินชีวิตอยู่ในตัวเรามากน้อยเพียงใด  แล้วเราควรจะเริ่ม ณ จุดใด เพื่อที่จะฟื้นฟู  การตระหนักในความจริงนี้เป็นไปไม่ได้ถ้าหากมิใช่ตั้งแต่แรกจากศีลศักดิ์สิทธิ์ที่เริ่มจุดประกายชีวิตคริสตชนในตัวเรา?  นี่คือศีลล้างบาป ซึ่งเป็นปัสกาของพระคริสตเจ้า อันมีผลในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ชีวิตใหม่ ซึ่งถ่ายทอดมายังเราโดยอาศัยศีลล้างบาปที่เปลี่ยนเราให้มีความละม้ายคล้ายกับพระองค์  ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปเป็นบุคคลของพระคริสตเจ้า พระองค์คือเจ้านายแห่งการมีชีวิตของเรา  ศีลล้างบาปคือ “พื้นฐานแห่งชีวิตคริสตชนทั้งครบ”  (คำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1213) นี่เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ประการแรก เพราะว่านี่คือประตูที่ทำให้พระคริสตเจ้าสามารถสถิตในตัวเราและทำให้เราถูกกลืนเข้าไปในพระธรรมล้ำลึกของพระองค์

        ภาษากรีกคำว่า “ล้างบาป” หมายถึง “การจุ่มเข้าไป” (เทียบคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1214) การชำระล้างด้วยน้ำเป็นพิธีปกติสำหรับหลายศาสนาเพื่อเป็นการแสดงถึงการก้าวข้ามจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการชำระล้างให้สะอาดสำหรับการเริ่มต้นใหม่  แต่สำหรับเราคริสตชนเราต้องไม่ลืมว่า หากกายเราถูกจุ่มลงไปในน้ำ เป็นวิญญาณของเราที่จุ่มเข้าไปในพระคริสตเจ้าเพื่อรับการอภัยบาปและเปล่งรัศมีด้วยความสว่างของพระเจ้า (Cf. Tertullian, On the Resurrection of Dead, VIII, 3: CCL 2, 931; PL 2, 2806) ด้วยเดชะพระจิตศีลล้างบาปจุ่มเราลงไปในการสิ้นพระชนม์และการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระคริสตเจ้า เป็นการจุ่มเราลงไปในน้ำศีลล้างบาปของคนเก่าซึ่งถูกอำนาจบาปครอบงำซึ่งทำให้เราแยกออกจากพระเจ้า และในการเกิดใหม่นี้เราก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในพระเยซูคริสต์  บรรดาลูกหลานของอาดัมถูกเรียกร้องให้มีชีวิตใหม่  แน่นอนศีลล้างบาปเป็นการทำให้เราเกิดใหม่  แต่ว่าข้าพเจ้าถามตนเองเพราะค่อนข้างจะสงสัยและก็อยากถามท่านว่า ท่านแต่ละคนจำวันรับศีลล้างบาปของท่านได้ไหม?  บางคนก็ตอบว่าจำได้... ก็ดีแล้ว  แต่ดูเหมือนจะตอบได้อย่างไม่ค่อยเต็มปาก  เพราะว่าหลายคนคงจะจำไม่ได้
หากเราฉลองวันเกิดกันได้ ทำไมเราจึงไม่ฉลอง หรืออย่างน้อยก็จำวันที่เราเกิดใหม่ไม่ได้?  วันนี้ข้าพเจ้าจะให้การบ้านไปทำ ใครที่จำวันรับศีลล้างบาปของตัวเองไม่ได้ให้ไปถามคุณแม่ คุณป้า คุณน้า คุณอา ถามพวกเขาว่า “จำวันที่ฉันได้รับศีลล้างบาปได้หรือเปล่า?”  แล้วก็จงอย่าได้ลืมอีก  ในวันนั้นขอให้เราโมทนาคุณพระเจ้าเพราะว่านี่เป็นวันที่พระคริสตเจ้าเสด็จเข้ามาประทับอยู่กับตัวฉัน พระจิตเจ้าเสด็จมาสถิตในตัวฉัน  ท่านเข้าใจถึงหน้าที่ที่ท่านต้องทำที่บ้านหรือเปล่า?  เราทุกคนควรทราบวันที่เราได้รับศีลล้างบาป เพราะเป็นวันเกิดอีกวันหนึ่ง เป็นการเกิดของการเกิดใหม่ โปรดอย่าลืมเรื่องนี้เสียล่ะ

        เราคงจำได้ถึงพระดำรัสสุดท้ายของพระผู้ที่เสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพที่ตรัสกับอัครสาวกซึ่งเป็นคำสั่ง “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา  ทำพิธีล้างบาปให้เขาเหล่านั้น เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต” (มธ. 28: 19) อาศัยการชำระล้างด้วยศีลล้างบาป ผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้าจะถูกจุ่มเข้าไปในชีวิตของพระตรีเอกภาพ

        ความจริงน้ำแห่งศีลล้างบาปมิใช่เป็นเพียงน้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำที่อันเชิญพระจิตให้เสด็จมา “ประทานชีวิต” (ข้าพเจ้าเชื่อ) ให้เราคิดถึงคำพูดที่พระเยซูคริสต์ตรัสกับนิโคเดมุสเพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจถึงการเกิดในชีวิตของพระเจ้า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าหากเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า  สิ่งใดที่เกิดจากเนื้อหนังย่อมเป็นเนื้อหนัง สิ่งใดที่เกิดจากพระจิตเจ้าย่อมเป็นจิต” (ยน. 3: 5-6) เพราะฉะนั้นศีลล้างบาปจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ศีลแห่งการเกิดใหม่” เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงช่วยเราให้รอด “ทรงใช้น้ำชำระเราให้สะอาด เราจึงเกิดใหม่และได้รับการฟื้นฟูโดยพระจิตเจ้า (ทต. 3:5)

       ดังนั้นศีลล้างบาปจึงเป็นเครื่องหมายทรงประสิทธิภาพแห่งการเกิดใหม่ เพื่อที่จะเดินในหนทางแห่งชีวิตใหม่  นักบุญเปาโลกล่าวถึงเรื่องนี้ในจดหมายถึงชาวโรมว่า “ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า เราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปเดชะพระคริสตเยซู ก็ได้รับศีลล้างบาปเข้าร่วมกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ด้วย ดังนั้นเราถูกฝังใว้ในความตายพร้อมกับพระองค์อาศัยศีลล้างบาป เพื่อว่าพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพจากบรรดาผู้ตายเดชะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาฉันใด เราก็จะดำเนินชีวิตแบบใหม่ด้วยฉันนั้น” (รม. 6: 3-4)

       โดยอาศัยการจุ่มตัวเราเข้าไปในพระคริสตเจ้าศีลล้างบาปทำให้เราเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งแห่งพระวรกายของพระองค์ซึ่งได้แก่พระศาสนจักรและมีส่วนร่วมในพันธกิจของพระองค์ในโลก (Cf. CCC 1213) เราผู้ได้รับศีลล้างบาปจะไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เราเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสตเจ้า  ความมีชีวิตชีวาที่เกิดจากศีลล้างบาปถูกอธิบายด้วยคำพูดเหล่านี้ของพระเยซูคริสต์ “เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน ผู้ที่ดำรงอยู่ในเราและเราดำรงอยู่ในเขา ก็ย่อมเกิดผลมาก” (ยน. 15: 5) ชีวิตเดียวกันซึ่งเป็นชีวิตของพระจิตเจ้าจะหลั่งไหลจากพระคริสตเจ้าไปสู่ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาป ทำให้เป็นกายหนึ่งเดียวกัน (เทียบ 1 คร. 12: 13)  ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์และได้รับการเลี้ยงดูจากโต๊ะแห่งศีลมหาสนิท

        ศีลล้างบาปทำให้พระคริสตเจ้าสามารถดำรงอยู่ในเราและเราสามารถดำเนินชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ด้วยการร่วมมือกับพระศาสนจักรแล้วแต่สถานภาพของแต่ละคนในการเปลี่ยนโลก  เราได้รับศีลล้างบาปเพียงครั้งเดียวซึ่งการชำระล้างแห่งศีลล้างบาปจะส่องสว่างนำทางเราไปจนชั่วชีวิตจะช่วยชี้นำการเดินทางของเราไปไปยังนครเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์  จะมีเหตุการณ์ทั้งก่อนและหลังการรับศีลล้างบาป  ศีลล้างบาปหมายถึงการเดินทางแห่งความเชื่อที่เราเรียกกันว่าการเตรียมตัวรับศีลล้างบาป ประเด็นนี้จะมีความชัดเจนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ขอรับศีลล้างบาป สำหรับเด็กก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่โบราณกาลเด็กจะได้รับศีลล้างบาปโดยความเชื่อของบิดามารดา (Cf. Rite of the Baptism of Children, Introduction, 2)  ข้าพเจ้าใคร่ที่จะบอกอะไรบางอย่างกับท่าน ณ ที่นี้ บางคนคิดว่า ทำไมล้างบาปเด็กที่ยังไม่มีความเข้าใจ? รอให้เขาเป็นผู้ใหญ่ มีความเข้าใจ แล้วให้ตัวเขาเองเป็นคนขอรับศีลล้างบาป  แต่นี่หมายความว่าเราไม่ไว้ใจในพระจิตเจ้า  เพราะเมื่อเราโปรดศีลล้างบาปให้กับเด็กเพราะพระจิตจะทรงเสด็จเข้าไปประทับอยู่ในตัวเด็กและจะทรงทำให้เด็กนั้นเจริญเติบโตขึ้นตั้งแต่เด็กในพระหรรษทานและฤทธิ์กุศลที่จะค่อย ๆ เจริญงอกงามขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสเช่นนี้ต้องมอบให้กับเด็กทุกคนเพื่อพระจิตในตัวเขาจะได้คอยชี้นำในชีวิตประจำวันของพวกเขา  จงอย่าลืมโปรดศีลล้างบาปให้กับเด็ก ๆ  ไม่มีผู้ใดคู่ควรที่จะได้รับศีลล้างบาปซึ่งเป็นของขวัญที่ให้เปล่าสำหรับทุกคนไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กแรกเกิด ทว่าเป็นเช่นเดียวกับเมล็ดพันธุ์ที่เปี่ยมด้วยชีวิต ของขวัญนี้จะออกรากและเจริญเติบโตขึ้นในดินที่หล่อเลี้ยงด้วยความเชื่อ คำสัญญาแห่งศีลล้างบาปที่เราทำการรื้อฟื้นกันทุกปีในวันสุกดิบปัสกาต้องมีการรื้อฟื้นกันทุกวันเพื่อที่ศีลล้าบาปจะได้ “ทำให้เราเป็นดุจพระคริสตเจ้า” เราต้องไม่กลัวคำนี้ ศีลล้างบาป “ทำให้เราเป็นดุจพระคริสตเจ้า” ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปจะเป็น “ผู้ที่ถูกทำให้เป็นดุจพระคริสตเจ้า” จะละม้ายคล้ายกับพระองค์ จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพระคริสตเจ้า และมอบให้กับพระองค์ซึ่งพระคริสตเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง

(วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บเรื่องนี้มาเพื่อการไตร่ตรอง)