slide1 slide3 slide2 slide4

ทั้งสองท่านเคยหมั้นกัน และตระเตรียมที่จะแต่งงานกัน แต่...บัดนี้ฝ่ายชายเป็นพระสงฆ์ และ ฝ่ายหญิงเป็นซิสเตอร์

ทั้งสองท่านเคยหมั้นกัน และตระเตรียมที่จะแต่งงานกัน

แต่...บัดนี้ฝ่ายชายเป็นพระสงฆ์ และ ฝ่ายหญิงเป็นซิสเตอร์

 

คุณพ่อ Javier Olivera และซิสเตอร์ Marie de la Sagesse

            ณ กรุงบัวนอสไอเรส ประเทศอาร์เจนตีน่า วันที่ 12 เมษายน 2018 ก่อนพบกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวช คุณพ่อฮาเวียร์ โอลิเวร่า (Javier Olivera) และ
ซิสเตอร์มารีย์ เดอ ลา ซาเกสเซ (Marie de la Sagesse) ได้หมั้นกัน โดยทั้งสองตั้งใจที่จะแต่งงานเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

แต่ว่าพระเจ้าทรงมีแผนการเป็นอย่างอื่น

        เมื่อให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว “ACI Prensa” ซึ่งเป็นสาขาของสำนักข่าว CNA ภาคภาษาสเปน คุณพ่อโอลิเวร่า (Olivera) กล่าวว่าเขาทั้งสองเจริญเติบโตขึ้นในครอบครัวคาทอลิกและ “ครอบครัวของเราทั้งสองรู้จักชอบพอกันตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นเด็ก”  พวกเขาจึงได้มีการพบปะกันบ่อยมากสมัยที่ทั้งสองคนยังเป็นเด็ก 

        “ด้วยความจริง ผมได้ทิ้งการปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ ไปแล้ว ขณะที่ผมอายุได้ 19ปี ผมกลับจากการไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศเปรู แบบสะพายเป้เที่ยวเอง และได้พบกับเธอ  ผมถามเธอว่า มารีย์ เธอเชื่อในการรักษาพรหมจรรย์ก่อนการแต่งงานหรือไม่? เพราะสำหรับผมแล้ว  ผมคิดว่านี่เป็นความคิดสร้างเรื่องของพระศาสนจักรคาทอลิก  แล้วเธอก็สาธยายถึงหลักของการถือความบริสุทธิ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งด้วยความเชื่อ คำสอนของพระศาสนจักร และด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา จนทำให้ผมเข้าใจและประทับใจมาก  ผมได้พบกับหญิงสาวคนนี้ ผู้ที่รู้จักป้องกันสิ่งที่ตนเองด้วยความเชื่อ และขณะเดียวกัน เธอก็เป็นบุคคลที่น่ารัก และฉลาด” คุณพ่อโอลิเวร่าได้เล่าให้ฟัง

        หลังจากที่ทั้งสองได้สนทนากันในครั้งนั้นไม่นานนัก  เขาทั้งสองก็ “ออกเด็ต”ไปไหนมาไหนด้วยกันตามภาษาคนหนุ่มสาว  ขณะนั้นทั้งสองคนกำลังศึกษาวิชากฎหมาย ฝ่ายชายศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงบัวโนสไอเรส ส่วนเธอศึกษาที่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ ลา พลาต้า

          คุณพ่อโอลิเวร่ากล่าวว่า “นี่ก็เหมือนกับการเกี้ยวพาราศี จีบสาวแบบทั่วไป แต่เราพยายามเลือกวัฒนธรรมชีวิตที่เกี่ยวกับดนตรี วรรณคดี และปรัชญาศาสตร์  เราอ่านหนังสือด้วยกัน ไปดื่มกาแฟ ทานอาหารด้วยกัน  เรามีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่เราเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับผู้ประพันธ์หนังสือคาทอลิกชาวอาร์เจนตีน่า เข้าร่วมกิจกรรมคาทอลิก”

        “ผมเริ่มมีความเชื่อ รู้จักสวดภาวนา และไปร่วมการบูชาขอบพระคุณ (มิสซา)วันอาทิตย์ ส่วนใหญ่แล้วผมขอบคุณพระเจ้า และผมต้องขอบคุณเธอ  ขอบใจเธอในฐานะที่เธอเป็นเครื่องมือ” ผู้ที่เป็นพระสงฆ์กล่าวพร้อมกับเสริมด้วยว่าเขาทั้งสองสวดสายประคำด้วยกัน

        ฝ่ายซิสเตอร์มารีย์ เดอ ลา ซากาสเซ (Marie de la Sagesse) ซึ่งได้รับชื่อเมื่อรับศีลล้างบาปว่า ตรีนิดาด มารีอา กวีโอมา (Trinidad Maria Guiomar) กล่าวกับ สำนักข่าว “ACI Prensa” ว่า สิ่งที่เธอชอบมากที่สุด และความประทับใจเกี่ยวกับอดีตแฟนของเธอก็คือ “ความจริงใจของเขาในการค้นหาความจริง โดยไม่กลัวผลกระทบใด ๆ ที่จะตามมา”

        ทั้งคู่ได้เข้าพิธีหมั้นกันเมื่อมีอายุได้ 21ปี โดยตัดสินใจว่าจะแต่งงานกันหลังจากที่จบมหาวิทยาลัยซึ่งขณะนั้นยังเหลือเวลาอีกสองปีครึ่ง

การพบกระแสเรียก

     อยู่มาวันหนึ่งพี่ชายตรีนิดาด มารีย์ (Trinidad Maria) แจ้งว่าเธอว่า แฟนของเธอกำลังจะเข้าบ้านเณร แล้วเธอก็จำได้ว่า “เราต่างพากันพิศวง งงงวย ทึ่งใจมาก ๆ กับข่าวนี้เพราะเราไม่เคยคาดคิดมาก่อน”

        “ดิฉันมีรถยนต์จึงตัดสินใจพร้อมกับแฟนที่จะไปเยี่ยมและดูบรรยากาศที่บ้านเณร คือ สามเณราลัยซาน ราฟาแอล (San Rafael) อยู่ที่จังหวัดเมนโดซ่า (Mendoza)” เธอกล่าว ทั้งสองคนตัดสินใจอยู่ที่แถว ๆ นั้นสักสองสามวัน เพื่อให้ฮาเวียร์ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ และได้เยี่ยมเพื่อนบางคนของเขาในบ้านเณร ส่วนเธอ ตรีนิดาด มารีย์ ก็ได้ใช้เวลาไปเยี่ยมเพื่อนของตนที่อยู่ในคอนแวนต์

        “ขณะเดินทางกลับ เราคุยกันว่านี่คงเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกที่แฟนผู้แสนดีของเธอทิ้งหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่จะมีครอบครัวที่ดี และโอกาสที่จะได้ทำงานในตำแหน่งสำคัญ แล้วเราก็ถามตัวเองว่า ‘อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากพระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็นนักบวช?’  คำพูดแรกที่เรากล่าวออกมาคือ “ไม่นะ ไม่นะ” นี่คงจะเป็นเรื่องตลกเพราะเราได้ทำพิธีหมั้นกันอย่างสวยงาม และเราก็ได้ซื้อข้าวของหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแต่งงานแล้วด้วย” คุณพ่อโอลีเวร่า กล่าว

        หลายสัปดาห์ผ่านไป “ยังมีความคิดที่ค้างอยู่ในดวงวิญญาณผมเสมอว่าอะไรจะเกิดขึ้นนะ หากพระเจ้าทรงเรียกผมจริง ๆ  ถ้าผมต้องทิ้งทุกอย่าง แล้วทำไม่ผมจึงไม่เป็นพระสงฆ์?  จะรู้ได้อย่างไรว่าหนทางที่ดีที่สุดที่ผมจะไปสวรรค์นั้นเป็นหนทางใด เป็นชีวิตสงฆ์ หรือ เป็นชีวิตแต่งงาน? ชีวิตไหนที่ผมจะทำความดีได้มากที่สุด?”

        ฮาเวียร์มีความสงสัยอยู่หลายประการจึงตัดสินใจเล่าให้แฟนฟังเกี่ยวกับเรื่องกระแสเรียก ซึ่งแฟนของเขาก็สารภาพกับเขาเหมือนกันว่า ตัวเธอเอง “ก็กำลังคิดเรื่องเดียวกัน” หลังจากที่แฟนของเธอเข้าบ้านเณร

        อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ทันที “เพราะว่าเรายังมีเวลาอีกสองปีกว่าเราจึงจะเรียนจบ ซึ่งเป็นข้อแก้ตัวใหญ่ในการที่ยังไม่ยอมเข้าบ้านเณรหรือคอนแวนต์” คุณพ่อโอลิเวร่า กล่าว

        สิ่งที่ดี คือ เขาทั้งสองมี “นักพรตใจศรัทธาน่านับถือคนหนึ่ง” เป็นที่ปรึกษาวิญญาณ ซึ่งแนะนำเขาทั้งสองว่า “ฟังให้ดีนะ นี่เป็นเรื่องระหว่างเธอแต่ละคนกับพระเจ้า ไม่มีใครสามารถเข้าไปยุ่งกับดวงวิญญาณของคนอื่นหรอก”

        ซิสเตอร์มารีย์ เดล ลา ซาเกสเซ (Marie de la Sagesse) บอกนักข่าว “ACI Prensa” ว่า “เราทั้งสองคนใช้เวลาคิดไตร่ตรองนานมาก อย่างน้อยก็ 2 ปี จนกระทั่งพระเจ้าทรงแสดงให้ดิฉันเห็นอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงต้องการให้ดิฉันดำเนินชีวิตผู้รับการเจิมถวายตัว และดิฉันไม่สงสัยเลยว่าพระองค์ทรงต้องการให้ดิฉันมอบตนเองแด่พระองค์ทั้งครบ”

        หลังจากจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแล้วทั้งสองก็ยอมรับกระแสเรียกของพระเจ้า ในปี ค.ศ. 2008 เมื่อทั้งสองอายุ 31ปี ฝ่ายชายได้รับศีลบวชเป็นนพระสงฆ์ในสังฆมณฑลซานราฟาแอล (San Rafael) ส่วนฝ่ายหญิงได้ปฎิญาณตนตลอดชีวิตในคณะซิสเตอร์แห่งพระเยซูผู้ทรงเมตตา

        ปัจจุบันคุณพ่อโอลิเวร่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีสาขาวิชาเฉพาะที่เรียกว่า “Que no te la cuenten (การพบตนเอง) ท่านเขียนหนังสือข้อสงสัยเกี่ยวกับกระแสเรียกที่ชื่อว่า “Alquna vez pensaste? El Ilamado de Crist” (ท่านเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหม? การเรียกของพระคริสตเจ้า)

        ขณะนี้ซิสเตอร์มารีย์ เดอ ลา ซาเกสเซ (Marie de la Sagesse) อยู่ที่ภาคใต้ประเทศฝรั่งเศส ทำงานแพร่ธรรมที่วัดแซงต์ โลร็องท์ (Saint Laurent) ในสังฆมณฑลเฟรจุส-ตูล็อง (Frejus-Toulon)

          ซิสเตอร์กล่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอว่า “ดิฉันถือว่าเป็นพระพรพิเศษที่เราทั้งสองได้รับกระแสเรียกแทบจะเวลาเดียวกัน พระญาณสอดส่องของพระเจ้าช่างแสนดีและมีปรีชาญาณเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ไม่ทรงละเลยแม้แต่สิ่งเล็กสิ่งน้อย  และที่ดิฉันชอบมากคือเรายังคงเป็นเพื่อนที่แสนดีต่อกันอยู่เสมอ ไม่เพียงเท่านั้นครอบครัวของเราก็มีความสนิทสนมกันมากเช่นเดียวกัน”

 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บเรื่องนี้มาฝากบรรดาเยาวชนโดยเฉพาะ เพื่อการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งในกระแสเรียก)