slide1 slide3 slide2 slide4

พระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนเมืองบารี ภาคใต้ประเทศอิตาลี

พระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนเมืองบารี ภาคใต้ประเทศอิตาลี

ตะวันออกกลางหากปราศจากคริสตชนก็จะไม่ใช่ตะวันออกกลาง

 

            ในการอธิษฐานภาวนาก่อนการประชุมที่เมืองบารี (Bari) ภาคใต้ของอิตาลี สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตรัสว่า เกรงว่าการมีตัวตนอยู่จริงๆ ของบรรดาพี่น้องชายหญิงในความเชื่อของเราจะหายไป แล้วทำให้โฉมหน้าแห่งภูมิภาคตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงไปด้วย”

 

        ต่อไปนี้เป็นคำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในระหว่างที่มีการอธิษฐานภาวนาของคริสตชนนิกายต่างๆเพื่อสันติภาพ ซึ่งสมเด็จพะสันตะปาปาทรงเดินทางสั้นๆ ในวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 และ ในการพบปะกันนั้นพระองค์ทรงเชื้อเชิญบรรดาผู้นำคริสตชนและบรรดาสมเด็จพระอัยกาที่เป็นผู้แทนคริสตชนนิกายต่างๆ ในเขตตะวันออกกลาง ให้ไตร่ตรองและอธิษฐานภาวนาเพื่อภูมิภาคนี้

***

พี่น้องที่รักทั้งหลาย

        พวกเรามาเมืองบารี (Bari) ภาคใต้ของอิตาลี ในฐานะผู้เดินทางเพื่อการจาริกแสวงบุญ หน้าต่างบานนี้ถูกเปิดออกแล้วเพื่อตะวันออกกลาง ซึ่งชี้นำดวงใจของเรา
พระศาสนจักร ประชากร และทุกคนที่กำลังดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยาก เราขอกล่าวกับพวกเขาว่า “เราอยู่ใกล้ชิดกับเขาทุกคน  พี่น้องที่รักจากใจข้าพเจ้าขอขอบคุณพวกท่านที่พากันมาที่นี่ด้วยเต็มใจและใจกว้าง  ข้าพเจ้าขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อบรรดาเจ้าภาพในเมืองนี้ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและมาร่วมพบปะสังสรรค์กับเรา

        พระมารดาของพระเจ้าจะทรงช่วยเราในขณะที่เราเดินทางไปด้วยกัน  ที่เมืองบารีนี้ พระแม่ได้รับความเคารพในฐานะที่ทรงเป็น Hodetgetria หรือเป็นผู้ที่จะทรงชี้นำหนทางให้เรา  ที่นี่ เมืองนี้มีพระธาตุของนักบุญนิโคลัส พระสังฆราชจารีตตะวันออกซึ่งได้รับการเคารพข้ามทะเลโพ้น และเขตแดนระหว่างพระศาสนจักรต่างๆ ขอให้ท่านนักบุญผู้ทำอัศจรรย์มากมายได้วิงวอนให้ได้มีการเยียวยารักษาบาดแผลที่มีอยู่ในใจของพวกเขาเหล่านั้น  ในขณะที่เรากำลังพิจารณากันถึงขอบฟ้าใหม่และทะเลใหม่ เรารู้สึกว่าอยากที่จะเจริญชีวิตในวันนี้ด้วยจิตใจที่มุ่งไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นทางสามแพร่งแห่งความเจริญด้านวัฒนธรรม และเป็นแหล่งกำเนิดของศาสนาใหญ่ๆ ที่ถือว่ามีพระเจ้าแต่พระองค์เดียว

        พระเจ้า คือ ดวงตะวันจากที่สูงสุด (ลก. 1: 78) เสด็จมาเยี่ยมเรา  จากที่นั้นแสงสว่างแห่งความเชื่อได้แพร่กระจายไปทั่วพิภพ  ธารน้ำที่ใสสะอาดหมดจดแห่งชีวิตฝ่ายจิตและชีวิตพิศเพ่ง แบบนักพรตมีจุดเริ่มต้นจากที่นั่น  พิธีจารีตเก่าแก่และการมีเอกลักษณ์เฉพาะถูกเก็บสงวนไว้ที่นั่นพร้อมกับศิลปะศักดิ์สิทธิ์และเทวศาสตร์อันหาคุณค่ามิได้ก็ถูกเก็บรักษาไว้ที่นั้นเช่นเดียวกัน ณ ที่นั้นมรดกแห่งปิตาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเราในความเชื่อยังคงอยู่ต่อไป  ขนบธรรมเนียมประเพณีเหล่านี้เป็นขุมทรัพย์ที่เราจำต้องรักษาไว้ให้ได้จนสุดความสามารถของเรา  เหตุว่าดวงวิญญาณของเรามีรากเหง้าอยู่ที่ตะวันออกกลาง

        เนื่องจากว่าภูมิภาคนี้ที่เคยเต็มไปด้วยแสงสว่าง  แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมานี้กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆมืดแห่งสงคราม การใช้ความรุนแรง และการทำลายกัน มีการแย่งดินแดนกัน และมีพวกหัวรุนแรงสุดโต่งต่างๆ แบ่งเป็นพวกเป็นเหล่ามากมาย ประชาชนถูกบังคับให้ต้องอพยพหนีตายแล้ว และไม่มีใครเหลียวแล  สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปิดปากเงียบแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของผู้คนจำวนมาก  ตะวันออกกลางกลายเป็นถิ่นของประชาชนที่ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไว้ข้างหลัง  นอกจากนี้แล้วก็ยังมีภยันตรายว่าพี่น้องชายหญิงในความเชื่อของเราจะค่อยๆอันตรธานหายสาบสูญไปและทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนโฉมไป เหตุว่า ถ้าตะวันออกกลางไม่มีคริสตชนอยู่ ก็คงจะไม่เป็นตะวันออกกลางอีกต่อไป

        วันนี้เราเริ่มกรพบปะกันด้วยการอธิษฐานภาวนา เพื่อขอแสงสว่างของพระเจ้าขับไล่ความมืดของโลกออกไป  เราได้จุดตะเกียงให้สว่างขึ้นต่อหน้านักบุญนิโคลัส นี่คือสัญลักษณ์แห่งพระศาสนจักรที่เป็นหนึ่งเดียวกัน  วันนี้ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราต้องการที่จะจุดประกายไฟแห่งความหวัง  ขอให้ตะเกียงที่เป็นเครื่องหมายแห่งความสว่างต่างๆ จงได้ฉายแสงต่อไปในความมืด  คริสตชนเป็นแสงสว่างของโลก
(เทียบ มธ. 5: 14) ไม่เพียงแต่เมื่อทุกสิ่งรอบตัวสว่างสดใสเท่านั้น แต่ต้องส่องแสงในยามมืดแห่งประวัติศาสตร์ด้วย คริสตชนจะต้องไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งเลวร้ายรอบตัว แต่ต้องจุดไส้ตะเกียงแห่งความหวังและความรัก เราจะยื่นแขนทั้งสองออกไปสู่บรรดาพี่นองชายหญิงโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์เฉพาะตน เมื่อนั้นแหละไฟแห่งพระจิตเจ้า องค์แห่งความเป็นเอกภาพและสันติสุขจะถูกจุดขึ้นและลุกเป็นเปลวไฟ

        ขอให้เราร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันอธิษฐานภาวนาเพื่อวอนขอพระเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ให้เรามีสันติสุข ซึ่งผู้มีอำนาจของโลกยังไม่สามารถค้นพบ  จากลุ่มแม่น้ำไนล์ถึงหุบเขาจอร์แดน และเลยออกไปผ่านโอโรนเตสจนถึงแม่น้ำไทกรี๊สและยูฟราตีส ขอให้การวิงวอนในบทเพลงสดุดีจงดังก้องกังวาน ขอให้สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่าน
(สดด. 122: 8) สำหรับพี่น้องชายหญิงผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก สำหรับมิตรสหายของเราที่มีความเชื่อแตกต่างทั้งหลาย ขอให้เราถวายคำภาวนาเป็นพิเศษสำหรับนครเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า และมนุษย์ได้ทำให้เกิดบาดแผลที่ทำให้พระคริสตเจ้าต้องกรรแสง: ขอให้สันติสุขสถิตอยู่กับท่าน!

        ขอให้มีสันติสุข!  นี่เป็นเสียงร้องของทุกคนที่เป็นอาแบลในทุกวันนี้ อันเป็นเสียงร้องที่ดังมาจากพระบัลลังก์ของพระเจ้า เพื่อเห็นแก่พวกเขาเราไม่มีสิทธิในตะวันออกกลาง หรือไม่ว่าที่ใดในโลกที่จะกล่าวว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องหรือ? (ปฐก. 4: 9) การอยู่นิ่งเฉยคือการฆ่า และเราอยากที่จะส่งเสียงเรียกร้องเพื่อต่อสู้กับการอยู่นิ่งเฉยที่เป็นการฆ่านี้ เราต้องการเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ไม่มีเสียง ผู้ที่สามารถทำได้แค่เพียงการเช็ดหยดน้ำตา ทุกวันนี้สำหรับตะวันออกกลางคือการร่ำไห้ ความทุกข์ และความเงียบในขณะที่คนต่างชาติลุกล้ำดินแดนของพวกเขาเพื่อแสวงหาอำนาจและความร่ำรวย เพื่อเห็นแก่เด็กตาดำๆ ชาวบ้านที่ซื่อๆ ผู้ที่ได้รับบาดแผล และทุกคนที่พระเจ้าอยู่ข้างพวกเขา ขอให้เราอธิษฐานวิงวอน ขอให้จงมีสันติสุข ขอให้พระเจ้าผู้ทรงบรรเทา (2 คร. 1: 3) ผู้ทรงเยี่ยวยารักษาดวงใจที่แตกสลายและรักษาทุกบาดแผล
(เทียบ สดด. 147: 3) โปรดรับฟังคำภาวนาของเราด้วยเทอญ

(วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็บคำปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเพื่อการไตร่ตรอง)