slide1 slide3 slide2 slide4

พระธาตุของนักบุญอันนาถูกค้นพบได้อย่างไร?

พระธาตุของนักบุญอันนาถูกค้นพบได้อย่างไร?

 

วันปัสกาปี ค.ศ. 792มีการพบพระธาตุนักบุญอันนาโดยอาศัยการชี้นำของเด็กหนุ่มพิการคนหนึ่งที่เขาหูหนวกและเป็นใบ้  นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่งสำหรับวันฉลองนักบุญอันนา (26 กรกฎาคม)

 

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่ได้จากการตอบรับทางจดหมายของพระสันตะปาปานักบุญเลโอที่ 3 เกี่ยวกับการค้นพบพระธาตุนักบุญอันนาที่ปรากฎต่อพระพักตร์จักรพรรดิ
ชาร์ลเลอมาญ แห่งพระราชอาณาจักรโกล (ประเทศฝรั่งเศส)

สิบสี่ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้า นักบุญมารีย์ มักดาเลนา นักบุญมาร์ธา  นักบุญลาซารัส พร้อมกับคริสตชนชาวบ้านธรรมดาๆ อีกกลุ่มหนึ่งได้ถูกบังคับให้ลงเรือลำเล็กๆ ที่ไม่มีใบเรือและไม้พาย เรือลำนั้นถูกเข็นลงทะเลโดยมีเจตนาให้ผู้ที่อยู่ในเรือทั้งหมดตาย  นี่คือการเบียดเบียนคริสตชนโดยชาวยิวที่อยู่ในนครเยรูซาเล็ม  พวกที่ถูกบังคับให้ลงเรือเหล่านั้นนำเอาพระธาตุของนักบุญอันนามารดาของแม่พระไปด้วย  พวกเขาเกรงว่าพระธาตุจะถูกทุราจารจากการทำลายล้าง ซึ่งพระเยซูเจ้าได้เคยบอกพวกเขาว่าจะเกิดการเบียดเบียนศาสนาที่กรุงเยรูซาเล็ม  ด้วยพระพลานุภาพของพระเจ้าพวกเขาทุกคนในเรือรอดตาย เพราะเรือของพวกเขาถูกคลื่นซัดไปติดฝั่งทะเลตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส บรรดานักบุญกลุ่มนั้นจึงฝังพระธาตุ (ศพ) ของนักบุญอันนาไว้ในถ้ำ ณ สถานที่หนึ่งซึ่งเรียกว่าอาปท์ (Apt) ณ ที่นั้นเอง  ต่อมาศาสนสถานแห่งนั้นที่สร้างขึ้นเหนือหลุมศพได้รับความเสียหายหนักเพราะสงครามและการเบียดเบียนศาสนา และเมื่อหลายศตวรรษผ่านไปสถานที่ฝังศพของนักบุญอันนาก็ถูกลืมเลือนไป

 

ช่วงเวลาหลายปีแห่งความสงบปลอดสงคราม เป็นช่วงเวลาแห่งสันติสุขในยุคสมัยของจักรพรรดิชาร์ลเลอมาญ พระองค์ทรงอนุญาตให้ประชาชนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสสามารถสร้างวัดใหม่ทับวัดน้อยเก่าที่เมืองอาปท์ (Apt) จังหวัดมาร์เซย์  วัดแห่งใหม่ที่สวยงามนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความยากลำบากและการเสียสละของประชาชนเป็นอันมาก และเมื่อวันเสกวัดใหม่มาถึง (วันอาทิตย์ปัสกา ปี ค.ศ. 792) จักรพรรดิชาร์ลเลอมาญได้รับการดลใจบางอย่างว่าจะต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับตนจึงประกาศว่าตนจะเดินทางแม้ห่างไกลหลายกิโลเมตรเพื่อไปร่วมพิธีในโอกาสสำคัญนี้  ในขณะที่กำลังประกอบพิธีอย่างสง่าในวัดแห่งนี้เด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุ 14 ปี หูหนวก และเป็นใบ้มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งปกติเป็นคนเงียบเฉยไม่ชอบแสดงอาการเอะอะรบกวนผู้อื่น แต่ ณ เวลานั้นเขาต้องทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจและตกใจ  เขารู้สึกตื่นเต้นและลุกจากที่นั่งทันทีทันใดแล้วเดินตรงไปยังขั้นบันไดมุ่งสู่พระแท่น  บิดามารดาของเขาไม่อาจหยุดเขาให้อยู่ในความสวงได้ เขาทำให้ทุกคนตกใจงงงันเพราะเขาใช้ไม้เท้ากระทุ้งที่ขั้นบันใดอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าส่งเสียงดังลั่น

ครอบครัวที่อายของเด็กนั้นพยายามที่จะพาเขาออกมาแต่เขาไม่ยอม  เขากระแทกไม้เท้าไปยังขั้นบันไดอย่างบ้าคลั่งพยายามส่งสัญญาณที่เป็นความลับอยู่ในใจให้คนอื่นรู้แต่ไม่เป็นผล  ตาทุกคู่ของประชาชนหันไปที่องค์จักรพรรดิ แล้วจักรพรรดิซึ่งก็คงจะได้รับแรงดลใจจากพระเจ้าจึงเสด็จลงมาจากบัลลังก์ไปจัดการเอง พระองค์จึงสั่งให้ตามคนงานมารื้อขั้นบันไดนั้นทันที

ทันทีที่ขั้นบันไดถูกรื้อออกก็เห็นบันไดนำลงสู่จุดเบื้องล่างตามที่ไม้เท้าของเด็กหนุ่มพิการชี้บอก  เด็กหนุ่มกระโดดลงไปตามบันได ตามด้วยพระมหาจักรพรรดิ พระสงฆ์ และคนงาน

พวกเขาพากันเดินไปข้างล่างโดยอาศัยแสงสว่างของแสงเทียน และปลายทางเดินนั้นพวกเขาพบกับกำแพงที่กั้นไปสู่อีกห้องหนึ่ง เด็กหนุ่มทำสัญญาณให้ทุบกำแพงนี้ เมื่อทุบกำแพงนี้ออกแล้ว พวกเขาเห็นระเบียงยาวเหยียดที่มืดมิดอีกระเบียงหนึ่ง  ที่ปลายระเบียงนี้พวกเขาพบหีบใส่พระธาตุ (ศพ) ซึ่งพวกเขาประหลาดใจมากที่เห็นมีตะเกียงลุกอยู่บนหีบศพในช่องกำแพงเล็กๆ ฉายแสงรัศมีจากสรวงสวรรค์

ในขณะที่จักรพรรดิชาร์ลเลอมาญกับผู้นำเด็กหนุ่มพิการพร้อมคณะยืนอยู่หน้าตะเกียง ตะเกียงก็ดับไป    ในขณะเดียวกันเด็กหนุ่มที่ทั้งหนวกใบ้และบอดแต่กำเนิดรู้สึกมีแสงสาดเข้ามาที่หู ลิ้น และตาของเขา

“เป็นท่านเอง!  เป็นท่านเอง!”  เด็กหนุ่มพิการร้องตะโกน  จักรพรรดิไม่ทราบว่าเด็กหมายถึงอะไร แต่พระองค์ก็พูดซ้ำตามเด็กหนุ่มพิการนั้น  เสียงตะโกนดังกล่าวดังไปถึงประชาชนที่อยู่ภายในวัดข้างบน ทุกคนพากันคุกเข่าพร้อมกับก้มศีรษะลงยอมรับว่ามีสิ่งเบื้องบนศักดิ์สิทธิ์กำลังเกิดขึ้น ณ บริเวณนี้

ในที่สุดก็มีการเปิดโลงศพ ภายในมีกล่องบรรจุอัฐิที่พันห่อหุ้มด้วยผ้าผืนยาวและบนแผ่นผ้ามีเขียนไว้ว่า “ในนี้บรรจุอัฐิของนักบุญอันนามารดาของพระแม่มารีย์พรหมจารี”
มีการตั้งข้อสังเกตว่าผ้าที่ห่ออัฐินั้นเป็นวัตถุและลวดลายของคนภาคตะวันออก

พระมหาจักรพรรดิชาร์ลเลอมาญโสมนัสเป็นล้นพ้น จึงแสดงความเคารพอย่างกตัญญูต่อพระธาตุของมารดาแห่งพระแม่เจ้าสวรรค์ พระองค์อธิษฐานภาวนาเป็นเวลานาน พระสงฆ์ และประชาสัตบุรุษต่างพากันตื้นตันสำหรับพระหรรษทาน พระพรที่พวกเขาได้รับอย่างล้นพ้น

พระมหาจักรพรรดิให้ทนายบันทึกรายละเอียดทุกอย่างของอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น แล้วส่งไปให้พระสันตะปาปานักบุญเลโอที่ 3 พร้อมกับพระราชสาส์นลายพระหัตถ์ส่วนพระองค์  เอกสารสำคัญทั้งหมดและหนังสือตอบของพระสันตะปาปาถูกเก็บรักษาไว้จนถึงกระทั่งทุกวันนี้  นอกนั้นยังมีกฤษฎีกาของพระสันตะปาปาหลายฉบับได้ให้การยืนยันถึงเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าเกี่ยวกับการพบพระธาตุของนักบุญอันนาที่เมืองอาปท์ (Apt) ประเทศฝรั่งเศส

 

ภาพวาดแม่พระขณะวัยเยาว์ พร้อมกับนักบุญอันนา และ นักบุญยออากิม

 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บเกล็ดเรื่องราวเล็กน้อยของนักบุญอันนามาเล่าสู่กันฟัง)