slide1 slide3 slide2 slide4

คุณพ่ออันโตนีโอ สปาดาโร เอส. เจ. ให้สัมภาษณ์ ข้อตกลงระหว่างสันตะสำนัก (นครรัฐวาติกัน) และประเทศจีน คือ เครื่องหมายแห่งความหวัง และสันติภาพในโลก

คุณพ่ออันโตนีโอ สปาดาโร เอส. เจ. ให้สัมภาษณ์

ข้อตกลงระหว่างสันตะสำนัก (นครรัฐวาติกัน) และประเทศจีน

คือ เครื่องหมายแห่งความหวัง และสันติภาพในโลก

 

        คุณพ่ออันโตนีโอ สปาดาโร เอส. เจ.  (Antonio Spadaro, SJ) ผู้อำนวยการนิตยสารเก่าแก่เยซุอิต ชีวิลต้า กัตทอลิกา (Civilta Cattolica) ซึ่งคุณพ่อเดินทางไปกับสมเด็จพระสันตะปาปาในการเยือนประเทศบอลติคพูดกับนักข่าวอเลสซานโด เด คาโรลิส (Alessandro De Carolis) แห่งสำนักข่าววาติกันเกี่ยวกับข้อตกลงในการแต่งตั้งพระสังฆราชชาวจีนซึ่งมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ที่กรุงปักกิ่ง

 

Alessandro De Carolis: คุณพ่อสปาดาโร ครับ เมื่อมีการลงนามในข้อตกลงระหว่างสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน และรัฐบาลแห่งกรุงปักกิ่งแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างสำหรับพระศาสนจักรจีน?

Fr Antonio Spadaro, SJ: ด้วยข้อตกลงนี้จะไม่มีความยุ่งยากเหล่านั้นต่อไป และปัญหาการสร้างความแตกแยกให้กับสองชุมชนพระศาสนจักร ณ จุดนี้ไม่มีอุปสรรคต่อไปอีกแล้ว แต่กลายเป็นความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักรในประเทศจีนและในความสัมพันธ์กับพระสันตะปาปา นี่คือความสำเร็จแห่งข้อตกลงนี้  ขณะเดียวกันกระบวนการที่ดำเนินกันมาช้านานที่เริ่มจากพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว อันเป็นกระบวนการสร้างความชอบธรรมแห่งการรับทุกคนให้เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระสันตะปาปา พระสังฆราชชาวจีนที่ได้รับการบวชอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่มีผลในความศักดิ์สิทธิ์  กล่าวคือรับการบวชจากรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระสันตะปาปา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 จนถึงทุกวันนี้มีพระสังฆราชชาวจีนประมาณ 40 องค์ที่ได้รับการยกเว้นให้ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเป็นผู้อนุญาต  ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นเส้นทางสำคัญใหม่สำหรับการทำพันธิกิจแห่งการประกาศพระวรสาร  พระศาสนจักรที่ไม่มีการแบ่งแยกกันอีกต่อไป จะสามารถดำเนินพันธกิจเป็นอิสระมากขึ้น จะสามารถดำเนินชีวิตแห่งการคืนดีกันต่อไป  สามารถที่จะทำการประกาศพระวรสารซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด 

ถาม:  รากเหง้าเบื้องหลังแห่งข้อตกลงนี้ย้อนหลังไปถึงจดหมายที่พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ลิขิตถึงชาวคาทอลิกชาวจีนในปี ค.ศ. 2007 หรือไม่?

ตอบ:  พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 มีความคิดที่เลอเลิศมาก นั่นคือ เราต้องหาทางสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของประเทศจีนกับสันตะสำนัก (วาติกัน) ความไว้วางใจกันคงจะเปิดพื้นที่สำหรับการเสวนา  ทีละเล็กทีละน้อยเราจะไปถึงจุดที่เรามาถึง ณ วันนี้  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากพูดว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้สานต่อจนประสบความสำเร็จซึ่งความปรารถนาอันล้ำลึกของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 กำลังเริ่มต้นพร้อมกับความหวัง 

ถาม:  เราพูดถึงอดีตที่ยาวนานซึ่งรวมถึงความทุกข์ยากต่างๆ  บัดนี้เรากำลังพูดกันถึงปัจจุบัน หากจะจินตนาการถึงอนาคต ท่านจะพูดว่าอย่างไร?

ตอบ:  อนาคตขึ้นอยู่กับการประกาศพระวรสาร ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดในข้อตกลง  เพราะฉะนั้นการมีแต่มิติแห่งการอภิบาลจะเป็นเมล็ดพันธุ์ของอนาคต  ดังนั้นเราจึงควรที่จะเข้าใจด้วยว่า หมายความว่าอย่างไรสำหรับพระศาสนจักรสากล  ยกตัวอย่าง พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ในบทนำของหนังสือที่ชื่อว่า “ความสว่างแห่งโลก”
(The Light of the World)ที่ได้พิมพ์เป็นภาษาจีนเพื่อคริสตชนชาวจีน พระองค์ทรงต้องการให้คริสตชนเป็นทั้งคริสตชนชาวจีนและเป็นคนจีนที่ครบสมบูรณ์  นี่หมายความว่าอย่างไรในเชิงของเทวศาสตร์ และของการไตร่ตรองเมื่อพิจารณาถึงวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของประเทศจีนซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงกล่าวย้ำหลายครั้งถึงความพิศวงของพระองค์ต่อปรีชาญาณนี้  ข้าพเจ้าขอย้ำว่าการท้าทายพื้นฐานคือการท้าทายด้านอภิบาล  ทุกวันนี้มีความจำเป็นที่ต้องประกาศพระวรสาร และเป็นไปได้ว่าข้อตกลงนี้จะเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังและสันติภาพในโลกที่บางคนกำลังพยายามสร้างกำแพงโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก

ถาม:  การลงนามในข้อตกลงบังเอิญเกิดขึ้นในช่วงแรกของการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในประเทศแถบบอลติคซึ่งมีลิทัวเนียเป็นประเทศแรก
เมื่อมีพระดำรัสกับเจ้าหน้าที่และเยาวชนที่นั่น พระสันตะปาปาฟรังซิสกล่าวว่ามีความสำคัญยิ่งที่ต้องทำนุบำรุงรักษาจิตวิญญาณและค้นให้พบรากเหง้าของประชากร
ท่านคิดว่าสาส์นนี้จะมีคุณค่าสำหรับประชากรในประเทศจีนด้วยไหม?

ตอบ:  สาส์นของพระสันตะปาปาฟรังซิสต่อเยาวชนชาวลิทัวเนียน แน่นอนว่ามีค่าสำหรับคาทอลิกทุกคนรวมทั้งคริสตชนชาวจีนด้วย  เมื่อพระองค์เสด็จเยือนกรุงวิลนีอุส (Vilnius) สมเด็จพระสันตะปาปาซึ่งพูดถึงรากเหง้า แล้วพระองค์ก็ยังพูดถึงการให้การต้อนรับและการเปิดใจกว้างด้วย นั่นคือโดยพื้นฐานแล้วเราต้องค้นให้พบรากเหง้าของเราแต่ไม่ใช่ยึดถือในรากเหง้าโดยไม่บังเกิดผล  รากเหง้าของเราเป็นรากเหล้าของต้นไม้ซึ่งทำให้เกิดดอกออกผล สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงกล่าวเรื่องนี้ไว้ชัดเจนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปถึงกรุงวิลนีอุส พระองค์ตรัสว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่เข้มแข็งยึดมั่นในรากเหง้า รู้จักให้การต้อนรับบุคคลต่างชาติ ต่างภาษา ต่างศาสนา
นี่คืออนาคต

ถาม:  คณะนักบวชเยซุอิตมีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศจีนซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่หลายศตวรรษมาแล้ว ประมาณ 500 ปีเห็นจะได้ ซึ่งเริ่มบุกเบิกโดยคุณพ่อมัตเทโอ ริคชี่ (Matteo Ricci) การเซ็นสัญญานี้มีความหมายอะไรบ้างสำหรับคณะเยซุอิต?

ตอบ:  สำหรับเราชาวเยซุอิตข้อตกลงมีความหมายสำคัญมาก เพราะเรามักจะพูดว่าจีนเป็นประเทศที่อยู่ในหัวใจเยซูอิตทุกคน คุณพ่อมัตเตโอ ริคชี่ (Matteo Ricci) เป็นคนที่ถูกอบรมในวัฒนธรรมยุคฟื้นฟู (Renaissance) และกลืนวัฒนธรรมตะวันตกไว้เต็มตัว ท่านตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังประเทศจีน  ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการอบรมของท่านชักนำให้ท่านเข้าไปเสวนากับวัฒนธรรมของประเทศที่ยิ่งใหญ่นี้  ท่านเกิดรักวัฒนธรรมจีนพร้อมกับเรียนรู้ทุกอย่าง แล้วพวกเยซุอิตรุ่นต่อๆ มาก็เข้าใจวัฒนธรรมนี้ มีการเรียนรู้รวมถึงลัทธิขงจื้อ (Confucianism) ด้วย แล้วก็มีการถ่ายทอดต่อไปยังยุโรป  โดยอาศัยวิธีนี้พวกเยซูอิตทำให้ยุโรปมีความเป็นจีนมากขึ้น นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากสำหรับการประกาศพระวรสาร พวกเยซุอิตรุ่นแรกๆก้าวข้ามจากการรักวัฒนธรรมอย่างล้ำลึกของประชาชนได้อย่างไร  ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีความตั้งใจที่จะประกาศพระวรสารโดยตรงหรือเป็นเพียงการทำพันธกิจเชิงวัฒนธรรม แต่ว่ามีความปรารถนาที่จะเผชิญกับประชาชนและความคิดอ่านของพวกเขา  นี่เป็นสิ่งที่สะกิดใจข้าพเจ้ามากที่หนังสือพิมพ์ “Global Timesซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์กางการของชาวจีนในวันที่มีการลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศจีนและสันตะสำนัก ระบุว่าพระสันตะปาปาฟรังซิสเป็น “พระสันตะปาปาเยซุอิตองค์แรก” แล้วเชื่อมโยงพระองค์กับคุณพ่อมัตเทโอ ริคชี่ ( Matteo Ricci) โดยกล่าวว่า บุรุษคนนี้เฉกเช่นผู้ที่พระองค์สืบทอดตำแหน่งมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นและยืดหยุ่นเกี่ยวกับการประกาศพระวรสาร พระองค์ทรงสามารถที่จะรักประชากรของพระองค์ นี่โดนใจข้าพเจ้าเพราะว่านี่เป็นความหมายของข้อตกลงที่จะสร้าง
ความไว้วางใจและความรักจากหัวใจต่อประชาชน

 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บบทสัมภาษณ์นี้มาเพื่อการแบ่งปันและไตร่ตรอง)