slide1 slide3 slide2 slide4

สมัชชาซีน็อดแห่งบรรดาพระสังฆราช: เราไม่เชื่อในพระเจ้า ที่เรียกว่ากูเกิ้ล “Google”

สมัชชาซีน็อดแห่งบรรดาพระสังฆราช:

เราไม่เชื่อในพระเจ้า ที่เรียกว่ากูเกิ้ล “Google

 

ณ ที่ประชุมสมัชชาซีน็อดแห่งพระสังฆราช วันนี้เกี่ยวกับเยาวชนมีหลายคนตั้งข้อสังเกตที่พาดพิงถึงบริบทของสังคมที่เยาวชนต้องดำเนินชีวิตในความเชื่อของตน
(เขียนโดย Russell Pollitt, SJ)

 

        นายเปาโล รุฟฟินี (Mr. Paolo Ruffini) รัฐมนตรีแห่งสมณเลขาธิการแห่งการสื่อสารสังคม นครรัฐวาติกัน เริ่มรายงานข่าวการประชุมสมัชชาซีน็อดวันนี้โดยรายงานถึงข้อเสนอต่างๆ ที่ส่งเข้ามาในที่ประชุมใหญ่ บรรดาพระสังฆราชเริ่มพิจารณาส่วนที่สองของ “เกสารการทำงาน” (Instrumentum Laboris) โดยการวิเคราะห์ข้อความซึ่งเยาวชนตกอยู่ในสถานการณ์ในทุกวันนี้ นายรุฟฟีนี่ (Mr. Ruffini) ได้อธิบายถึงความจริงด้วยว่าพระสังฆราชชาวจีนจะไม่อยู่จนจบการประชุม พระสังฆราชเหล่านั้นมีงานสำคัญที่ต้องทำก่อนที่จะได้รับเชิญให้มาประชุมซีน็อด 

ข้อเสนอจากที่ประชุม

ยังมีหลายประเด็นที่เกิดขึ้นในที่ประชุม  มีการพูดถึง การติดตามและการอบรม กระแสเรียก ค่านิยมใหม่ ที่เรียกว่า การรวบยอด “totalitarianisms” สิ่งที่ทำให้เยาวชนตกเป็นทาสจนขาดอิสรภาพและจะหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อช่วยเยาวชนเหล่านั้นได้อย่างไรในการแยกแยะว่าอะไรอะไรไม่ดี  นายรุฟฟีนี่ กล่าวว่า มีคนหนึ่งกล่าวว่าพระศาสนจักรไม่อาจที่จะถูกลดตัวลงไปให้เป็นแค่เพียงพระเจ้าในระบบการค้นหาแบบกูเกิ้ล (google)  เขาบอกว่ามีการยอมรับกันโดยทั่วไปว่าพระศาสนจักรล้มเหลวในการติดตามเยาวชนในเรื่องของการแต่งงาน และบอกด้วยว่าการแต่งงานไม่อาจที่จะถูกลดค่าลงเป็นเพียงพิธีภายนอกเท่านั้น

ความจริงของสังคมที่เปลี่ยนไป

        พระคาร์ดินัลคาร์ลอส อากวีอา เรเตส์ (Carlos Aguiar Retes) จากเม็กซิโกกล่าวว่าในทุกยุคทุกสมัยคนที่ดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมก็คือ
พวกเยาวชนนี่เอง  ท่านกล่าวว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ในยุคของสังคมที่แตกสลาย  นี่หมายความว่าพระศาสนจักรต้องปรับตัวเองเพื่อที่จะช่วยเยาวชน  พระคาร์ดินัลกล่าวว่า
ทัศนิวิสัยทั่วไปของสภาสังคายนาวาติกัน ที่ 2 สามารถช่วยเราสร้างความมั่นคงและหนทางแห่งความเจริญก้าวหน้าได้

        พระอัครสังฆราชฌ็อง โคล็ด ฮอลเลอริช (Jeans-Claude Hollerich) แห่งลักแซมเบร์อก (Luxembourg) กล่าวว่าโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ล้ำลึกมากเชิงความเจริญ ท่านกล่าวว่าท่านสัมผัสกับเยาวชนอยู่โดยตลอด ท่านมีเยาวชนที่พักอาศัยอยู่กับท่านในบ้านพักของท่านด้วย  ท่านก็เห็นว่าเยาวชนเหล่านั้นมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมๆ มาก  ท่านกล่าวว่าท่านมีประสบการณ์เห็นว่าเยาวชนไม่เคยอ่านหนังสือ เอาแต่มัวเมาและพูดถึงแต่ Netflix พระอัครสังฆราชกล่าวว่าการไตร่ตรองแยกแยะของพวกเขาไม่ใช่เกี่ยวกับอะไรขาวอะไรดำ แต่พบกับสีสันและเฉดต่างๆ แห่งความจริง  ท่านกล่าวว่าการไตร่ตรองแยกแยะไม่ได้เกี่ยวกับความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันแต่เกี่ยวกับการฟังและความสามารถที่จะรู้สึกและเห็นว่าพระเจ้าทรงต้องการให้เราทำอย่างไร  ท่านตั้งข้อสังเกตว่านี่คือสิ่งที่สมัชชาซีน็อดกำลังทำอยู่

 

ลัทธิแห่งการรวบยอด (Totalitarianism)

        พระคาร์ดินัลเรเตส์ กล่าวว่าลัทธิการรวบยอดเบ็ดเสร็จ (totalitarianism) เป็นการหลอกลวงสังคมเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการเมืองและเศรษฐกิจ  ท่านกล่าวว่าในที่ประชุมมีการพูดถึงลัทธิการรวบยอดแบบเบ็ดเสร็จ (totalitarianism) ในหลากหลายรูปแบบ ท่านพูดถึงเว็บไซต์เป็นอันมากที่บิดเบือนความจริงแล้วก่อให้เกิดอุดมการณ์บางอย่าง

        พระอัครสังฆราชฮอลเลอริช (Hollerich) กล่าวว่าท่านเป็นห่วงต่อผู้นำที่อ้างว่าตนเป็นเสียงของประชาชนในยุโรป  ท่านกล่าวว่าสิ่งนี้อาจทำให้ยุโรปแตกสลายได้  ทำให้ความมั่นคงแห่งทวีปตกอยู่ในอันตราย  ท่านกล่าวว่าการประชุมสมัชชาซีน็อดไม่มีการพูดถึงการเมือง แต่ท่านเชื่อว่า ถ้าเรามุ่งประเด็นไปที่ผู้คนที่อยู่ตามชายขอบสังคม เราก็คงจะทำการเพื่อระงับการเจริญเติบโตของลัทธิประชานิยม (populism) นี้ได้ พระอัครสังฆราชกล่าวว่าการประชุมสมัชชาซีน็อดเป็นยาต้านทานที่ดีสำหรับลัทธิ
ประชานิยม (populism)

 

การร่วมมือกันด้วยความชื่นชมยินดี

        บริอังกา เรจินา ซางติอาโก (Briana  Regina Santiago) ฆราวาสนักตรวจสอบบัญชีจากสหรัฐกล่าวกับนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ว่าเยาวชนมีการพูดจาแสดงความคิดเห็นและถูกเรียกให้วิเคราะห์เกินกว่าที่พวกเขาคาดหวังในการประชุมกลุ่มย่อย  เธอกล่าวว่าเธอไม่สามารถหาคำพูดอะไรที่จะบอกว่านี่ช่างสวยงามขนาดไหนที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสมัชชาซีน็อดครั้งนี้  เธอบอกว่าไม่เห็นเยาวชนคนไหนที่มีประสบการณ์ในเชิงลบ  มีการเสวนากันอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นการเปิดหูเปิดตา เป็นสิ่งที่สร้างความมั่งคั่ง และเป็นการสนทนาข้ามชาติที่วิเศษมากจริงๆ

 

(วิษณุ ธัญญอนันต์ – เก็บข่าวเรื่องซีน็อดเยาวชนมาเล่าและไตร่ตรอง)