slide1 slide3 slide2 slide4

การเสวนาระหว่างศาสนาที่สิงคโปร์และที่ประเทศไทย

การเสวนาระหว่างศาสนาที่สิงคโปร์และที่ประเทศไทย

ประกาศจากสำนักข่าวนครรัฐวาติกัน วันที่ ๒ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๘

        สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน (PCID) ประกาศว่าจะมีโปรแกรมเร็วๆ นี้การเสวนาระหว่างศาสนาสองครั้ง คือ ที่สิงคโปร์และที่ประเทศไทย

 

        สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกัน (PCID) ประกาศว่าจะมีเหตุการณ์การเสวนาระหว่างศาสนาสัปดาห์หน้าในเอเชีย กล่าวคือที่สิงคโปร์ และที่ประเทศไทย

ที่ประเทศสิงคโปร์

        สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนากำลังจัด การประชุมการเสวนาระหว่างศาสนิกชนคริสต์และเต๋าครั้งที่สอง ที่ศูนย์ “Fr. Jean Marie Beurel Center” ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ ๕-๗ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๘ โดยร่วมมือกับอัครสังฆมณฑลคาทอลิกแห่งสิงคโปร์และสหพันธ์เต๋าแห่งสิงคโปร์

        นักวิชาการ ๗๒ คนและผู้ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเสวนาระหว่างศาสนาจากสิงคโปร์ จีน ฝรั่งเศส อินเดีย เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ วาติกัน และไต้หวันจะร่วมกันอภิปรายภายใต้หัวข้อ “จริยธรรมของคริสต์และเต๋าในการเสวนา”  ในมิติต่าง ๆ

        ในบรรดาผู้เข้าร่วมประชุมนั้นจะมีผู้แทนของสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา สหพันธ์พระสังฆราชแห่งเอเชีย (FABC) และ สหพันธ์คริสตจักรโลก (WCC)
ร่วมด้วย

        สมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนาอธิบายว่าการประชุมเสวนาครั้งนี้มีจุดประสงค์ที่จะให้โอกาสสำหรับนักวิชาการและผู้ที่ดำเนินการเสวนาระหว่างคริสต์/เต๋าแบ่งปันความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหัวข้อการประชุมโดยเวทีของการอภิปรายจากนักวิชาการและจากการอภิปรายกันอย่างไม่เป็นทางการ

        การประชุมยังมุ่งเป้าหมายไปที่การกระทำร่วมกันอย่างเร่งด่วนภายใต้จิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบร่วมกันท่ามกลางโลกที่สังคมและศีลธรรมกำลังเสื่อมโดยพื้นฐานแห่งคุณค่าแห่งศีลธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นพ้องต้องกันสำหรับมนุษย์ทุกคน

       

ที่ประเทศไทย

        เหตุการณ์ที่สอง คือการเข้าร่วมพิธีรำลึกครบรอบ ๒๓๐ ปีแห่งการสถาปนาพระอารามหลวงเชตุพน แห่งกรุงรันโกสินทร์ (วัดโพธิ์ในกรุงเทพมหานคร)
ในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๘ โอกาสนี้พระเดชพระคุณพระเทพวีราภรณ์ อธิบดีคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสได้เชิญผู้แทนของสมเด็จพระสันตะปาปาจากสมณสภาเพื่อ
การเสวนาระหว่างศาสนา ๒ ท่าน ซึ่งจะร่วมกับคณะผู้แทนแห่งสันตะสำนักหรือสมณทูต ณ กรุงเทพ และผู้แทนจากพระศาสนจักรท้องถิ่นในประเทศไทยจำนวนหนึ่ง

ความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดโพธิ์

        ตามรายงานของสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา  สันตะสำนักและวัดโพธิ์มีสัมพันธ์ไมตรีและความร่วมมือกันมาเป็นเวลาช้านาน  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๗ ทรงเสด็จเยือนสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ ๑๑ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๓๔ พระองค์ทรงมอบของที่ระลึกให้กับสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นสำเนาพระคัมภีร์พระมาลัยซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธซึ่งเขียนด้วยอักษรขอมโบราณ และเมื่อปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์วาติกัน ได้ขอร้องพระภิกษุนักวิชาการกลุ่มหนึ่งจากวัดโพธิ์ให้แปลคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้เป็นภาษาบาลีและภาษาไทย

        เมื่อวันพุธที่ ๑๖ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ คณะผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาส ประกอบด้วยพระภิกษุ ๑๒ รูป พร้อมกับผู้แทนจากภาครัฐบาล และฆราวาสรวมทั้งหมด ๕๕ ท่าน นำโดยพระราชรัตนสุนทรได้เยือนนครรัฐวาติกัน ถวายสำเนาคัมภีร์พระมาลัยฉบับแปลแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในการเข้าเฝ้าส่วนตัว 
คณะผู้แทนภิกษุกลุ่มแรกจากประเทศไทยได้ไปเยือนนครรัฐวาติกันเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๗๒ และเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ ๖ พระภิกษุหนึ่งรูปใน
สามรูปในคณะ คือสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเชตุพนฯ-วัดโพธิ์ (ต่อมาท่านได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ แห่งกรุงรันโกสินทร์)

 

(ข่าวจากนครรัฐวาติกัน - วิษณุ ธัญญอนันต์ นำมาแบ่งปัน)