slide1 slide3 slide2 slide4

การพิทักษ์คุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์ บรรดาชุมพาบาลผู้นำพระศาสนจักรเข้ามาประชุมกันเพื่อจุดประสงค์พิเศษ

การพิทักษ์คุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์

บรรดาชุมพาบาลผู้นำพระศาสนจักรเข้ามาประชุมกันเพื่อจุดประสงค์พิเศษ

 

การตั้งหน้าตั้งตาคอย ระหว่างวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2019 การประชุมกับบรรดาประธานสภาบิช็อปทั่วโลกเกี่ยวกับการพิทักษ์คุ้มครองเด็ก/ผู้เยาว์ และผู้ที่เปราะบาง (ผู้พิการ)

 

        บรรดาสื่อทั่วโลกกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยการประชุมที่ใกล้จะถึง ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเรียกประธานสภาบิช็อปทั่วโลก เพื่อเข้ามาที่กรุงโรม เพื่อประชุมเรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้เยาว์และผู้ที่เปราะบาง การประชุมของผู้อภิบาลและประธานสภาบิช็อปทั่วโลกซึ่งจะไตร่ตรองเรื่องการล่วงละเมิดเพศพร้อมกันกับสมเด็จ
พระสันตะปาปา

        สิ่งที่จะต้องเน้นเป็นพิเศษคือ ความเป็นสากลที่เป็นอัตลักษณ์แบบเฉพาะของพระศาสนจักรคาทอลิกที่จะต้องปรากฏชัดในการประชุม  การที่บรรดาบิช็อปทั่วโลกถูกเรียกให้มาประชุมพร้อมกันเป็นครั้งแรกเพื่อจัดการกับโรคร้ายซึ่งได้เกิดขึ้นและยังคงเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์อันใหญ่หลวงสำหรับเหยื่อและเป็นปฏิปักษ์ร้ายต่อการเป็นประจักษ์พยานต่อพระวรสารนั้นจะช่วยเพิ่มการตระหนักของทุกคนถึงความสาหัสแห่งวิกฤต  ปรากฏการณ์การล่วงละเมิดเด็ก/ผู้เยาว์ รวมถึงผู้ที่เปราะบางหรือผู้พิการซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ร้ายแรงของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั้น กระบวนการที่จะนำมาใช้ตามที่มีข้อกล่าวหา การกระทำที่เป็นรูปธรรมที่เป็นหลักประกันถึงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนจะได้รับการตรวจสอบจากมิติที่ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ของยุโรปและอเมริกาเท่านั้น

        เป้าหมายของการประชุมจำเพาะเจาะจงที่จะสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการประชุมดังกล่าว  และต้องกลับบ้าน ประเทศของตนโดยที่มีความเข้าใจอย่างดีที่สุดเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ หรือต้องไม่ทำ ซึ่งเกี่ยวกับการจัดการกับกรณีเหล่านี้กล่าวคือ ต้องดำเนินขั้นตอนอย่างไรบ้างเพื่อคุ้มครองเหยื่อ ให้ความเคารพต่อความจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีการปิดซ่อนเรื่องเช่นนี้อีก 

        อันที่จริงจำเป็นต้องรอฟังการเสวนาและข้อเสนอของบรรดานายชุมพาบาลเพื่อที่จะได้มีความชัดเจนและเจาะจงไปยังประเด็นเฉพาะของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เกี่ยวกับเรื่องนี้  เมื่อตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่ “เรื่องชนิดที่จะปล่อยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่” ในการต่อสู่กับการล่วงละเมิดทางเพศ เพราะในอดีต 16 ปีที่แล้วมีการนำเอาขั้นตอนที่สำคัญและเป็นรูปธรรมมาใช้กันแล้ว  กฎเกณฑ์ว่าจะโต้ตอบอย่างไรได้ถูกกำหนดขึ้นและเพิ่มความเข้มงวดยิ่งขึ้นโดยเจตนาของพระสันตะปาปาหลายพระองค์ ในบางกรณีอาจระบุได้ว่าเป็นการ “ตอบโต้อย่างเร่งด่วน”  เพราะความรวดเร็วที่ดำเนินกับผู้ที่กระทำอาชญากรรมดังกล่าว เนื่องว่ามาตรการ กฎหมาย ระเบียบวินัยที่นับวันยิ่งจะเข้มงวดและเข้มแข็งขึ้นทุกวันนั้นยังไม่เพียงพอ  ไม่มีวันที่จะเพียงพอหากความคิดและจิตใจของผู้ที่ทำหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง  ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจึงชี้ให้เห็นถึงหนทางแห่งการกลับใจ  เพราะเหตุนี้จึงมีความสำคัญที่ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละท่านจะต้องฟังประจักษ์พยานของผู้ตกเป็นเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ ฟังการเป็นพยานของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 และผู้ที่สืบทอดตำแหน่งจากพระองค์ไว้เป็นตัวอย่าง  ทั้งสองพระองค์ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาและในภูมิภาคต่างๆของโลกได้พบกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ฟังพวกเขาอย่างดี พระสันตะปาปากรรแสงพร้อมกับพวกเขา และแบ่งปันความทุกข์กับพวกเขา  ในคำปราศรัยเมื่อไวๆนี้ต่อเจ้าหน้าที่โรมันคูเรียสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสตรัสยืนยันว่า แม้การล่วงละเมิดเพียงกรณีเดียวก็เป็น “อะไรที่มันร้ายกาจที่สุดในตัวเอง” การไม่มีความเคารพต่อผู้อื่น แล้วพระองค์ตรัสเพิ่มเติมว่าในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2019 จะเป็นความพยายาม “ทำให้ความผิดในอดีตเป็นโอกาสที่จะขจัดมันให้สิ้นไป”  บาดแผลแห่งการล่วงละเมิด “ไม่เพียงแต่จากพระวรกายของพระเศาสนจักรเท่านั้น แต่ยังจากสังคมด้วย”

 

เขียนโดยอันเดรอา ตอร์นิแอลลี่ (Andrea Tornielli)

วิษณุ ธัญญอนันต์ - เก็นเรื่องนี้มาเพื่อการไตร่ตรอง