slide1 slide3 slide2 slide4

ไตร่ตรองสองนาที

ไตร่ตรองสองนาที

น็อธเทอร์ดามสัญลักษณ์อันยืนยาวแห่งคริสตศาสนาคาทอลิกในยุโรป

กลายเป็นรูปภาพแห่งสิ่งสลักหักพัง

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019  

เปลวเพลิงและควันพุ่งออกมาจากอาสนวิหารน็อธเทอร์ดามในเหตุการณ์ไฟไหม้วันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019

 

อัคคีได้ทำลายอาสนวิหารน็อธเทอร์ดามในใจกลางกรุงปารีสอย่างยับเยิน อาสนวิหารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์แห่งพระศาสนจักรคาทอลิกในทวีปยุโรป เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและวัฒนธรรมสูงสุดของพระศาสนจักรคาทอลิก  อาสนวิหารไม่ได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาหลายทศวรรษ (เพราะรัฐเป็นเจ้าของแต่ไม่มีเงินให้ทางศาสนจักร รัฐอนุญาตให้ศาสนจักรใช้ประกอบศาสนกิจได้ แต่ไม่ได้ให้ปัจจัยเพื่อทำนุบำรุง เพราะในฝรั่งเศสสถานภาพของอาณาจักรและศาสนจักรแยกจากกัน)  การเรียกร้องให้มีการบูรณะไม่บังเกิดผลจนกระทั่งสายเกินไปแล้ว  บัดนี้เหลือเพียงแต่เถ้าถ่าน ผู้คนพากันร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

 

        ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาน็อธเทอร์ดามเป็นเป้าหมายของการท่องเที่ยวมากกว่าเป็นสถานที่แสวงบุญหรือเป็นศูนย์กลางแห่งคริสตศาสนาคาทอลิก  คนส่วนใหญ่สามารถเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าสมณประมุขผู้ปกครองด้วยซ้ำ  ภายในอาสนวิหารจะมีแต่การถ่ายรูปเซลฟี่มากกว่าการสวดภาวนา และจะมีผู้สนใจเข้าชมศิลปะมากกว่าคนที่เข้าไปเพื่อนมัสการพระเจ้า

        ความว่างเปล่าแห่งชีวิตฝ่ายจิตใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน  พระศาสนจักรคาทอลิกในยุโรปตกเป็นเป้าของโลกียวิสัยและการเป็นอริกับบรรพชิต นักบวชมาเนิ่นนานนับศตวรรษ ก่อนที่จะมีการปฏิรูปแบบโลกียวิสัยด้วยซ้ำ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้คืบคลานเข้ามา ณ ปากประตูบ้านของตน การที่พระศาสนจักรคาทอลิกถูกตำหนิในหลายสิ่งหลายอย่างนั้น ถ้าพูดกันตามความจริงก็เหมาะสมคู่ควรแล้ว  เพราะฐานันดรของบรรพชิต นักบวชของพระศาสนจักรใช้ชีวิตแบบพวกศักดินาที่มั่งคั่ง ต่อต้านกระบวนการสมัยใหม่แห่งศตวรรษที่ 18 และ 19  ในช่วงนั้นบรรยากาศทั่วไปคือการกดขี่สิ่งพิมพ์ ห้ามพูดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี กำจัดเสรีภาพในการนับถือศาสนา

        โดยการขัดขวางเสรีภาพทางการเมืองและสหภาพแรงงานในศตวรรษที่ 19 พระศาสนจักรจึงสูญเสียยุโรปไป  ในการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเรียกร้องความเท่าเทียมของบรรดาสตรีช่วงปลายศตวรรษที่ 20 พระศาสนจักรก็ต้องสูญเสียสตรีไปจำนวนมาก

        น่าสังเกตมีแต่กลุ่มประเทศทางตะวันออกเท่านั้น เช่นโปแลนด์ซึ่งพระศาสนจักรคาทอลิกยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนต่อต้านการกดขี่ของระบอบคอมมิวนิสต์ แต่ต่อมาเมื่อพวกเขาได้เสรีภาพกลับมาพระศาสนจักรก็ต้องสูญเสียประชากรไปด้วยเพราะความเย่อหยิ่งของนักบวชที่จะควบคุมนโยบายสาธารณะ

        ผู้ที่สร้างกลไกและสนับสนุนให้ทำลายอำนาจของนักบวชและการมีอิทธิพลของพระศาสนจักรแทบไม่มีอะไรเข้ามาแทนที่ได้เลย  กลุ่มนายทุนเสรีนิยมเอารัดเอาเปรียบคนงานและผู้บริโภคพร้อมกับทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  อำนาจของสื่อสารสังคมพากันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ การโฆษณาชวนเชื่อและประโคมข่าวแบบผิดๆเพื่อขายสินค้า ประชาธิปไตยต้องสิโรราบให้กับเลือดรักชาติที่จิตใจแคบ

        สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นเสียงเดียวในทวีปยุโรปที่ห่วงใยต่อความดีส่วนรวม ให้ความเคารพต่อคนแปลกหน้า และให้คุณค่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มากกว่าเคารพต่อเงินดอลล่าร์เป็นแบบพระเจ้า  แต่น่าเสียดายไม่มีแรงสนับสนุนที่เพียงพอต่อสาส์นของพระองค์  พระศาสนจักรบัดนี้เป็นแค่เปลือกหอยจากสิ่งที่เคยเป็นสาระที่แท้จริง

        ใช่แล้ว  ให้เราหลั่งน้ำตาเสียใจสำหรับน็อธเทอร์ดามที่ถูกทำลายโดยเปลวเพลิง  แต่แท้จริงเราได้สูญเสียอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวอาคารนั้นเสียอีก

 

บทความนี้นำเสนอโดย คพ โทมัส รีส เอส.เจ.

วิษณุ ธัญญอนันต์ เก็บเรื่องนี้มาแบ่งปัน และไตร่ตรอง