ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ มิใช่ตัวข้าพเจ้าอีกต่อไป
แต่พระคริสตเจ้าทรงดำรงชีวิตอยู่ในตัวข้าพเจ้า
( กท. 2:20)
สภาพระสังฆราชฯได้ประกาศให้ปี ค.ศ. 2007-2010 เป็นปีพระวาจา โดยมุ่งหวังให้คริสตชนอ่าน ฟัง
ไตร่ตรอง
และภาวนาพระวาจา เพื่อนำการดลใจจากพระจิตเจ้า ไปดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
และเป็นพลังเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ชีวิตและพันธกิจของมวลคริสตชน จากการติดตามตลอดช่วงเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา
ปรากฏว่าบรรดาคริสตชนไทยมีความตื่นตัวและให้ความสนใจ พระวาจามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะที่เราเข้าสู่ปีที่ 2 ของปีพระวาจา ให้เราขอบคุณพระเป็นเจ้าที่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16
ได้ประกาศให้พระศาสนจักรทั่วโลก ได้ระลึกถึงครบรอบ 2000 ปี แห่งการบังเกิดของนักบุญเปาโล
โดยประกาศให้ปีนี้เป็นปีนักบุญเปาโลอัครสาวก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2008 ถึง 29 มิถุนายน 2009
สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นเหมาะสม ให้ประกาศช่วงเวลาดังกล่าวเป็น
ปีพระวาจาและปีนักบุญเปาโล ควบคู่กันไป เพื่อเป็นการฟื้นฟูชีวิต การเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ
อาศัยการไตร่ตรอง วิถีชีวิต และคุณธรรมที่นักบุญเปาโลได้สร้างชุมชนคริสตชนต่าง ๆ ในยุคแรกเริ่ม
ของพระศาสนจักร ท่านเป็นที่ยอมรับในพระศาสนจักรยุคแรกว่า เป็นผู้ชี้นำฝ่ายจิต เป็นผู้รักษา ผู้ปลดปล่อย
และเป็นประกาศกสำคัญ ที่ได้นำพระวาจา ซึ่งเป็นข่าวดี ไปประกาศแก่เพื่อนพี่น้องต่างความเชื่อ อีกทั้งเป็นผู้ชี้ชัดว่า
พระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต เป็นพระเป็นเจ้าแท้ และมนุษย์แท้ ที่
ทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดิน รวมทั้งใต้พื้นพิภพ จะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม เยซู นี้ และเพื่อชนทุกภาษา
จะได้ร้องประกาศว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้าพระบิดา
(ฟป 2: 10 11)
นักบุญเปาโลได้ให้การอภิบาลกลุ่มคริสตชนด้วยการเขียนจดหมายจำนวนมาก ซึ่งตกทอดมายังเราถึง 13 ฉบับ
ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนให้พี่น้อง ได้ย้อนกลับไปทบทวนประสบการณ์งานธรรมทูต ที่ได้รับการฟื้นฟู
และจุดประกายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในโอกาสงานชุมนุมผู้แพร่ธรรมระดับเอเชีย ปี 2006 ที่เชียงใหม่
ซึ่งมีชุมชนคริสตชนจำนวนมาก ในหลายสังฆมณฑล ยังคงสานต่อภารกิจงานธรรมทูตนี้ ด้วยความเข้มแข็ง
เสียสละอย่างต่อเนื่อง ให้เราได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง ถึงการเป็นธรรมทูตของท่านอัครสาวกเปาโล
และนำแบบอย่างความร้อนรนของท่าน มาเป็นแนวปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเรา
พี่น้องย่อมทราบดีว่า อาศัยศีลล้างบาป คริสตชนได้รับชีวิตในพระคริสตเจ้า และเข้าเป็นสมาชิก
ของพระศาสนจักรของพระองค์ ทุกคนต้องตระหนักว่า ธรรมชาติของชีวิตคริสตชน คือ การเป็นธรรมทูต
(เทียบ พระสมณกฤษฎีกาแห่งสังคายนาวาติกันที่ 2 งานธรรมทูตแห่งพระศาสนจักร ข้อ 35)
คริสตชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ได้รับการส่งออกไปให้เป็นธรรมทูต เพื่อนำข่าวดีของพระคริสตเจ้าไปสู่โลก
จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่คริสตชนไทยจะได้ฟื้นฟูชีวิตความเชื่อ และตอกย้ำความสำนึกว่า
เราแต่ละคนจะต้องเจริญชีวิตร่วมกัน ในชุมชนแห่งความเชื่อ พร้อมเสมอที่จะถูกส่งออกไปเป็นธรรมทูต
นำข่าวดีของพระคริสตเจ้าไปสู่พี่น้องต่างความเชื่อด้วย
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องทุกท่าน
ร่วมเฉลิมฉลองปีนักบุญเปาโล พร้อมกับพระศาสนจักรสากล ทำการบูรณาการปีพระวาจา ค.ศ. 2008 กับปีนักบุญเปาโล
ฟื้นฟูชีวิตคริสตชนให้สนิทกับพระคริสตเจ้า ด้วยการสัมผัสกับพระวาจา อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น
ในทุกระดับของพระศาสนจักร ศึกษาชีวิตและจิตตารมณ์การเป็นธรรมทูตของนักบุญเปาโล
ในฐานะเป็นอัครสาวกของชนนานาชาติ พร้อมทั้งรื้อฟื้นจิตตารมณ์ การเป็นธรรมทูตของคริสตชน
ให้มีชีวิตชีวาและเป็นรูปธรรม ตามแบบอย่างชีวิตของท่าน
เพื่อให้การรณรงค์ปีพระวาจา และปีนักบุญเปาโล บรรลุวัตถุประสงค์ สภาพระสังฆราชฯ ขอเสนอแนวปฏิบัติดังนี้
- ขอให้แต่ละสังฆมณฑล คณะนักบวชและสถาบันทั้งหลาย เช่น โรงเรียน สามเณราลัย
และองค์กรต่าง ๆ จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินงาน ปีพระวาจา-ปีนักบุญเปาโล
- จัดให้มีพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เพื่อถวายเกียรติแด่ท่านนักบุญเปาโล
พร้อมทั้งสวดภาวนาเพื่อการเผยแผ่พระวรสารไปทั่วโลก
- ขอให้แต่ละสังฆมณฑล จัดให้มีพิธีกรรมเปิด-ปิด ปีนักบุญเปาโล และกิจกรรมหลักระหว่างปี
อาทิ การชุมนุมเพื่อพระคัมภีร์ (Bible Congress) รวมทั้งการจัดกิจกรรมร่วมกับพี่น้องโปรเตสแตนท์
- รื้อฟื้นจิตตารมณ์การเป็นธรรมทูตให้มีชีวิตชีวา และเป็นรูปธรรมในหมู่คริสตชนทุกระดับ
โดยเฉพาะพระสงฆ์ นักบวช สามเณร ครูคำสอน และผู้นำฆราวาส
- จัดให้มีสัมมนาเชิงวิชาการ และ/หรือให้มีการศึกษาไตร่ตรอง เพื่อเรียนรู้เอกลักษณ์ ภารกิจ
การเดินทางประกาศพระวรสาร และข้อคำสอน ที่ผ่านทางบทจดหมายต่าง ๆ ของนักบุญเปาโล
พร้อมทั้งจัดกิจกรรมลงสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดผลในชีวิตอย่างจริงจัง เช่น โครงการรักพระวาจา
- รณรงค์ให้คริสตชนทุกคน ตระหนักถึงคำขอร้อง ที่นักบุญเปาโลได้กระทำเพื่อบรรดาพี่น้องที่ขัดสน
(1 คร.16:1) โดยสนับสนุนให้สัตบุรุษบริจาคด้วยความใจกว้าง
ต่อสมณองค์การสนับสนุนงานแพร่ธรรม และแก่ผู้ยากไร้ในชุมชนที่เราปฏิบัติงานอยู่
- ร่วมกันสร้างสรรค์สื่อต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ และในการศึกษาไตร่ตรอง
คำสอนของนักบุญเปาโล พร้อมทั้งใช้บริการสื่อต่าง ๆ ที่ได้จัดทำขึ้นแล้ว
- สร้างทีมวิทยากรสัญจร (Mobile Teams) ให้การสนับสนุนสังฆมณฑลและสถานศึกษาต่าง ๆ
เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจ และร่วมจัดให้ปีนักบุญเปาโลมีคุณค่าและความหมายอย่างแท้จริง
ตามความประสงค์ของพระศาสนจักรสากล
- จัดให้มีการจาริกแสวงบุญ ณ ที่บรรจุศพนักบุญเปาโล สักการสถานและวัดต่าง ๆ
ที่ได้ยกถวายแด่ท่าน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ตามความเหมาะสม
ในโอกาส ปีพระวาจา และ ปีนักบุญเปาโล นี้ ให้เราเลียนแบบอย่างนักบุญเปาโล ในการฟังเสียงของพระคริสตเจ้า
ผ่านทางพระวาจา ท่านได้เตือนใจเราให้ตระหนักว่า
ทุกถ้อยคำในพระคัมภีร์ ได้รับการดลใจจากพระเจ้า และมีประโยชน์เพื่อสั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือน
ให้ปรับปรุงแก้ไข และอบรมให้ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม คนของพระเจ้าจะได้เตรียมพร้อม
และพร้อมสรรพเพื่อกิจการดีทุกอย่าง
(2 ทธ 3:16-17)
ขอพระเจ้า พระบิดา และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ประทานสันติสุข ความรัก ความเชื่อที่มั่นคง
และพระพรแห่งองค์พระจิตเจ้า ดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่าน ขอให้การเฉลิมฉลองปีพระวาจาและปีนักบุญเปาโล
ทำให้เราร่วมเป็นหนึ่งเดียวในความรักต่อพระเจ้า เป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต และประกาศพระเยซูคริสตเจ้า
ด้วยความกล้าหาญเหมือนดังท่านนักบุญเปาโลเสมอไปด้วยเทอญ
ประกาศ ณ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2008
วันสมโภชพระจิตเจ้า
( พระสังฆราช ยอร์ช ยอด พิมพิสาร )
ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
|