พี่น้อง พระสังฆราชที่รัก
"ขอพระองค์ โปรดส่งพระจิตของพระองค์ลงมา และฟื้นฟูแผ่นดินโลกเสียใหม่" (สดด 104:30)
ข้าพเจ้าขอต้อนรับคณะพระสังฆราชจากประเทศไทย ด้วยถ้อยคำจากบทสร้อยในบทอ่านวันสมโภชพระจิตเจ้า ข้าพเจ้าขอขอบคุณพระสังฆราชยอด พิมพิสาร สำหรับการแสดงออกซึ่งไมตรีจิตในนามของคณะพระสังฆราช ข้าพเจ้าขอน้อมรับด้วยความยินดี และให้ความมั่นใจแก่คณะของท่านว่า ข้าพเจ้าจะสวดภาวนาเพื่อท่าน และบรรดาผู้ที่อยู่ภายใต้การอภิบาลของท่าน การมา ad Limina Apostolorum ของท่าน เป็นโอกาสที่จะย้ำปณิธานของท่านให้เข้มแข็งขึ้น ในอันที่จะให้พระเยซูเจ้า เป็นที่รับรู้ยิ่งขึ้นในพระศาสนจักร และเป็นที่รู้จักในสังคม โดยการเป็นพยานยืนยันถึงความรักและความจริงแห่งพระวรสาร

วันสมโภชพระจิตเจ้า ซึ่งเราได้ทำการฉลองเมื่อไม่นานมานี้ เตือนใจเราว่า พระจิตของพระเจ้าทรงเติมโลกให้สมบูรณ์ และเตรียมเราให้พร้อมที่จะมอบพระคริสตเจ้าให้กับมนุษย์ทุกคน พันธกิจนี้ ได้กระทำในประเทศของท่าน โดยชุมชนคาทอลิกขนาดเล็ก ในบริบทแห่งความสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพุทธศาสนิกชน โดยที่จริง พวกท่านได้แจ้งแก่ข้าพเจ้าแล้ว ถึงความเคารพอย่างยิ่งที่ท่านมีต่อสถาบันพระพุทธศาสนา และความประทับใจในสิ่งที่พระพุทธศาสนาได้มอบต่อชีวิตของคนไทยทั้งทางสังคมและวัฒนธรรม
การดำรงอยู่ร่วมกันของชุมชนศาสนิกที่มีความเชื่อต่างกันในทุกวันนี้ เปิดโปงเบื้องหลังของกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ข้าพเจ้าได้ให้ข้อสังเกตว่า พลังของกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้มนุษย์เผชิญความแตกต่างระหว่างสองขั้ว
ขั้วแรก คือ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจและสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ควรจะก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับโลก และร่วมกันรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของมนุษยชาติ
ขั้วที่สอง คือ มีสัญญาณของการแตกแยก การมุ่งแสวงประโยชน์เฉพาะตน ปล่อยตัวตามค่านิยมของโลก ปฏิเสธสิ่งที่สูงส่งและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และปิดบังบ่อเกิดแห่งความกลมกลืนและเป็นหนึ่งเดียวกันภายในโลก
ขั้วลบของปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมข้างต้นนี้ ยังความไม่สบายใจแก่คณะของท่าน และผู้นำศาสนาต่างๆในประเทศของท่าน แท้จริงแล้วเป็นจุดชี้ให้เห็นความสำคัญ ของการประสานร่วมมือกันระหว่างศาสนิก ปรากฎการณ์ขั้วลบนี้ เรียกร้องให้มีการร่วมมือร่วมใจกัน ส่งเสริมการเจริญชีวิตฝ่ายจิต และการเจริญชีวิตในศีลธรรมของประชาชน โดยการยืนเคียงข้างบรรดาพุทธศาสนิกชน ท่านสามารถส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในอันที่จะสืบทอดขนบประเพณีผ่านต่อไปยังอนุชนรุ่นหลัง อาทิ การประกาศถึงคุณค่าทางจริยธรรม ซึ่งสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุและผล การเคารพนับถือสิ่งที่สูงส่ง การอธิษฐานภาวนาและการรำพึงไตร่ตรอง ด้วยการปฏิบัติกิจวัตรเช่นนี้ ย่อมเป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม และบำรุงรักษาแก่นแท้ของชีวิตมนุษย์ทุกคน
ในฐานะที่เป็นนายชุมพาบาลของฝูงแกะฝูงเล็กๆ ที่อยู่กระจัดกระจายกันเช่นนี้ ท่านสามารถรับความบรรเทาใจ จากการเสด็จมาของพระจิตเจ้าผู้แนะนำ ผู้ให้คำปรึกษา และผู้ปกป้อง (ยน 14:16) จงให้กำลังใจประชากรให้ยึดมั่นในทุกสิ่งที่บังเกิดใหม่โดยการเสด็จมาของพระจิตเจ้า พระจิตเจ้าองค์สัจจธรรม ทรงเตือนให้เราระลึกว่า พระบิดาและพระบุตรทรงประทับอยู่ในโลก อาศัยผู้ที่รักพระคริสตเจ้า และปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ (ยน 14:22-23) เป็นสานุศิษย์ที่ทรงส่งออกไปเพื่อให้บังเกิดผล (ยน 15:8) ดังนั้น ของประทานจากพระจิตเจ้า จึงเป็นทั้งของประทานและภารกิจ ภารกิจซึ่งโดยตัวเองได้กลับกลายเป็นของประทานที่เห็นแจ้ง ซึ่งก็คือ การประทานพระคริสตเจ้าและความรักของพระองค์ให้แก่โลก ของประทานนี้สามารถพบได้ในประเทศไทย เป็นต้น ทางสถาบันการแพทย์ งานสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนสถาบันการศึกษาของพระศาสนจักร อาศัยสถาบันเหล่านี้ ชาวไทยจะรู้จักและจดจำพระพักตร์พระเยซูคริสตเจ้าได้
พี่น้องที่รัก ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยคาทอลิก มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการอบรมด้านสติปัญญาให้แก่เยาวชนไทยจำนวนมาก สถาบันเหล่านี้ควรมีบทบาทสำคัญ ในการอบรมด้านจิตใจและจริยธรรมแก่เยาวชนด้วย การให้ความสำคัญต่อการอบรมเยาวชนครบทุกด้านนี้ ย่อมส่งผลให้บิดามารดา คาทอลิกก็ดี ชาวพุทธก็ดี ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในโรงเรียนคาทอลิก
ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าใคร่ขอร้องบรรดานักบวชชายหญิง ผู้ทำงานอยู่ในสถาบันการศึกษาด้วยความขยันหมั่นเพียร ในสังฆมณฑลของพวกท่าน บทบาทของท่านเหล่านี้ มิใช่เป็นแต่เพียงการบริหารเท่านั้น หากแต่ต้องเป็นพันธกิจ ในฐานะที่เป็นนักบวช พวกเขาถูกเรียกให้เป็น ประจักษ์พยานของพระคริสตเจ้า เป็นผู้นำความรักของพระเจ้าให้กับโลก และพวกเขาจำเป็นต้องมี ความกล้าหาญและความเพียรทนในการเสวนา เพื่อ 'รับใช้' ศักดิ์ศรีของชีวิตมนุษย์ เป็นหนึ่งเดียวกับบรรดาสิ่งสร้างทั้งมวล และอยู่ร่วมกับประชาชนอย่างสันติ (นักบวชและพันธกิจในโรงเรียน 1-2) ดังนั้น จึงนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่บรรดานักบวชเหล่านี้จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับนักเรียนและครอบครัวของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสอนคำสอนแก่เยาวชนคาทอลิกและผู้ที่สนใจ และอาศัยการอบรมด้านศีลธรรม และการเอาใจใส่ถึงความต้องการของทุกคนที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจบรรดานักบวชคณะต่างๆ ให้อุทิศตนให้กับการอภิบาลด้านการศึกษา โดยหวังว่า การเก็บค่าเล่าเรียนจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส และเชื่อมั่นว่าโรงเรียนทั้งหลายจะสามารถรับเด็กยากจนให้เข้าเรียนได้มากขึ้น เหตุว่า เด็กยากจนเหล่านี้ มีความปรารถนาที่จะเข้าหาพระคริสตเจ้าเสมอ
ตัวอย่างที่ดีของการประกาศถึงพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (กจ 2:11) ก็คือ งานภายในชุมชนของท่าน ที่ทำโดยครูคำสอน พวกเขาถือตามคำกล่าวที่เปี่ยมด้วยศรัทธาอันแรงกล้าของนักบุญเปาโลที่ว่า วิบัติจงมีแก่ข้าพเจ้า หากข้าพเจ้ามิได้ประกาศพระวรสาร (1คร 9:16) ด้วยความกระตือรือร้นและแข็งขัน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่นี้แต่เพียงลำพังฝ่ายเดียว เพราะเป็นหน้าที่ของบรรดาพระสงฆ์ของพวกท่านที่จะต้อง ประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่ทุกคน และต้อง วิริยะอุตาสาหะในการเทศน์ และในการสอน (จารีตการบวชพระสงฆ์ ข้อ 102) เพื่อให้บทบาทหลักข้อนี้ของพระสงฆ์ทรงประสิทธิภาพ จะต้องมีการอบรมอย่างเหมาะสม ทั้งด้านปรัชญาและเทววิทยา ซึ่งไม่อาจจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อื่น แต่เมื่อครูคำสอนที่ได้รับการอบรมอย่างดี ทำงานร่วมกับพระสงฆ์ในแต่ละวัด เถาองุ่นนั้นๆ ก็จะบังเกิดผลอย่างมากมาย (ยน 15:5) สุดท้ายนี้ รายงานของท่านได้กล่าวถึง ภารกิจสำคัญมากมายที่เรียกร้องความใส่ใจ รวมทั้งเรื่องการอบรมคู่สมรสที่มิใช่คาทอลิก และความห่วงใยด้านการอภิบาล สำหรับคาทอลิก ทั้งปัจเจกและครอบครัวจำนวนมาก ที่อพยพโยกย้ายจากชนบทเข้าสู่เมือง คาทอลิกเหล่านี้อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญเสียความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับวิถีชุมชนวัด (ความเป็น ลูกวัด ขาดหายไป - ผู้แปล )
พี่น้องที่รักทั้งหลาย สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอชื่นชม ความมานะพยายามของกลุ่มคริสตชนในประเทศไทย ที่พยายามรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอตกอยู่ในภาวะเสี่ยง สิ่งที่พวกท่านต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ การค้าสตรี และเด็ก และปัญหาเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศ แน่นอน เบื้องหลังของปัญหาเหล่านี้ คือ ความยากจน และในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าทราบว่า การดำเนินงาน ด้านสังคมพัฒนา ของพระศาสนจักร มีบทบาทที่สำคัญมาก แต่ก็ยังมีอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งเราต้องยอมรับ และต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิของมนุษย์ นั่นคือ การนำเสนอของสื่อมวลชน และรายการบันเทิงที่ไม่สร้างสรรค์ อันเป็นผลทำให้คุณค่าทางศีลธรรมเสื่อมลง และนำไปสู่การไม่เคารพศักดิ์ศรีของสตรี การไม่ถือซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาในชีวิตสมรส และแม้กระทั่งปัญหาการทารุณกรรมเด็ก
ด้วยความรักฉันพี่น้อง ข้าพเจ้าขอมอบข้อคิดเหล่านี้แก่พวกท่าน ขออำนวยพรให้ทุกท่าน ได้รับเปลวไฟแห่งพระจิตเจ้าสมตามความปรารถนา เพื่อท่านจะได้ประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นเสียงเดียวกัน ข้าพเจ้าขออวยพร ด้วยพรแห่งอัครสาวก แด่ท่าน บรรดาพระสงฆ์ นักบวช สามเณร และสัตบุรุษทุกคน.
เอกสารแปลฉบับทางการ โดยสำนักเลขาธิการ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
10 มิถุนายน 2008
อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ ที่นี่ ... |