นครรัฐวาติกัน 16 พฤษภาคม 2008 : สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย โดยพระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร ประธานสภาฯ
นำคณะพระสังฆราชคาทอลิกจากประเทศไทย เข้าเฝ้าถวายคำนับสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ตามธรรมเนียม Ad Limina Apostolorum

พระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะพระสังฆราชคาทอลิกจากประเทศไทย ประกอบด้วย
- พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
- พระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ประมุขอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
- พระสังฆราชลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต ประมุขสังฆมณฑลจันทบุรี
- พระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล ประมุขสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
- พระสังฆราชยอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญ ประมุขสังฆมณฑลราชบุรี
- พระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยรา ประมุขสังฆมณฑลอุบลราชธานี
- พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขสังฆมณฑลนครราชสีมา
- พระสังฆราชฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประมุขสังฆมณฑลนครสวรรค์
- พระสังฆราชมีคาแอล บุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ พระสังฆราชเกษียณอายุ
- คุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม (ผู้แทนพระสังฆราชยอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่)
ความตอนหนึ่งของคำกล่าวคำนับสมเด็จพระสันตะปาป ได้กล่าวถึงวิถีชีวิตพุทธที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับวิถีชีวิตไทย ทำให้การเป็นคริสตชนโดยไม่ละทิ้งความเป็นไทยเป็นสิ่งที่ท้าทาย และได้ขอสมเด็จพระสันตะปาปาภาวนาเพื่อ ความรักของพระเจ้าซึ่งปรากฎในพระเยซูเจ้าได้เป็นที่รู้จัก และเป็นที่รักในภูมิภาคเอเชีย
ท้ายที่สุด คณะพระสังฆราชจากประเทศไทย ได้กล่าวยืนยันว่า
"พวกเราทุกคนขอร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพร้อมเสมอ ที่จะตอบสนองต่อการเรียกร้องของพระองค์ในทุกเรื่อง ที่ทรงกระทำเพื่อความดีงามของพระศาสนจักร และมนุษยชาติทั้งมวล ในช่วงเวลาที่ยุ่งยากและท้าทายนี้"

สมเด็จสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงมีพระดำรัสตอบคณะผู้เข้าเฝ้าครั้งนี้เป็นภาษาอังกฤษ โดยเน้นว่าการแสดงความรักของพระเจ้าที่ปรากฎในพระเยซูเจ้านั้นเป็นหน้าที่ ซึ่งคริสตชนไทยได้ทำแล้วอย่างดียิ่ง ผ่านทางงานเมตตากิจ กิจการแพทย์ และการศึกษา พระองค์ทรงเตือนให้รำลึกถึงพระจิตเจ้า ผู้ทรงพลิกฟื้นพื้นแผ่นดินขึ้นใหม่ ด้วยความหวังและความไว้วางใจในการทรงนำของพระจิตเจ้า สิ่งใหม่ๆก็จะบังเกิดขึ้นมา
พระองค์กล่าวย้ำถึง ความสำคัญของการยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องพุทธศาสนิก ในการต้านทานกระแสโลกาภิวัตน์ และลัทธิเห็นแก่ความสุขฝ่ายเนื้อหนัง ความท้าทายของการอยู่ร่วมกัน อยู่ที่การร่วมมือร่วมใจกันท้าทายต่อกระแสโลกาภิวัตน์
ท้ายที่สุดพระองค์ทรงเรียกร้องให้คริสตชนไทยทั้งมวล ร่วมมือกับศาสนิกทั้งหลายในสังคมไทย ปกป้องศักดิ์ศรีมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอที่สุด ต่อต้านการค้าหญิง การค้าเด็ก การค้าประเวณี และธุรกิจสือบันเทิงที่ใช้เพศเป็นจุดขาย

"แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องรณรงค์อย่างมีประสิทธิภาพให้สังคมได้รับรู้ และร่วมมือกันแก้ไข คือ ปัญหาการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเพื่อนมนุษย์ (abhorrent human exploitation) ข้าพเจ้ากำลังพูดถึง การใช้เพศเป็นจุดขาย (trivialization of sexuality) ของธุรกิจสื่อ และอุตสาหกรรมบันเทิง อันเป็นเชื้อเพลิงเผาผลาญคุณค่าทางศีลธรรม นำไปสู่การลบหลู่ลู่เกียรติของสตรี ความอ่อนแอในการถือมั่นสัตย์ซื่อในชีวิตสมรส และยังนำไปสู่การทารุณกรรมเด็ก "
|