|
||
ส่วนที่ 1 แผนแม่บทงานอภิบาล ค.ศ. 2000
|
||
1 ตั้งแต่ปฐมกาล พระบิดา พระบุตร และพระจิต ทรงสร้างจักรวาลและสรรรพสิ่งทั้งมวล ให้มีส่วนร่วมกับชีวิตของพระองค์ โปรดให้สิ่งสร้างทั้งหลายดำรงแ ละเกื้อกูลประสานกลมเกลียว ประทานศักดิ์ศรีพิเศษแก่มนุษย์ ที่ทรงสร้างตามภาพลักษณ์ของพระองค์ ให้เป็นชายและหญิง ทรงมอบหมาย ให้มนุษย์ดูแล และสืบสานสัมพันธภาพนี้ จนกว่าจะบรรลุถึงความสมบูรณ์ ตามพระประสงค์ของพระองค์ (เทียบ ปฐก.1:28; ศอ.41) แต่มนุษย์ไม่ร่วมมือ หลงไปจากสัจธรรม ทำให้ดุลยภาพแห่งสายสัมพันธ์ และหนทางแห่งชีวิตสูญเสียไป มนุษย์ไม่อาจพบความสุขที่แท้จริง จิตใจของมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งมวลยังคงครวญหา ชีวิตที่สมบูรณ์ในพระเจ้า (เทียบ รม.8:28) 2 พระบิดาเจ้าทรงพระเมตตา ไม่ทอดทิ้งมนุษย์และโลกให้อยู่ในสภาพวุ่นวายเช่นนี้ ทรงมอบพระบุตรและพระจิต ให้ช่วยเหลือมนุษย์ทุกชาติทุกสมัยต่อไป พระบุตรทรงส่องสว่างสติปัญญามนุษย์ให้เห็นความจริง และพระจิตทรงดลใจมนุษย์ ให้แสวงหาความสุขแท้จริงในความรัก ที่รื้อฟื้นความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและสรรพสิ่ง พระตรีเอกภาพยังทรงเลือกประชากรอิสราเอลเป็นพิเศษ เพื่อเปิดเผยพระประสงค์ให้คนบาปได้กลับใจและมีชีวิต (เทียบ อสค.18:23) ทรงกระทำพันธสัญญาแห่งความรักกับมนุษย์ทางประชากรที่ทรงเลือกสรร 3 ในที่สุด พระบิดาเจ้าทรงสำแดงอย่างชัดเจนว่า "พระองค์ทรงรักโลกอย่างมาก จึงได้ประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตร จะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร" (ยน.3:16) พระบุตรทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เดชะพระจิตเจ้า จากพระมารดามารีย์พรหมจารีผู้มีความเชื่อ ทรงสอนเราว่า พระบิดาทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข ทรงเชิญชวนให้เราคืนดีกับพระบิดาและร่วมมือกับพระองค์ ในการสร้างพระอาณาจักรที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม สันติสุข ความชื่นชมยินดี (เทียบ รม.14: 17) ความเป็นพี่น้องกัน (เทียบ 1 ปต.2:17) และความเสมอภาคในพระองค์ โดย ไม่มีชาวยิวหรือชาวกรีก ไม่มีทาสหรือไทย ไม่มีชายหรือหญิงอีกต่อไป (กท.3:28) เป็นอาณาจักรที่มนุษย์และสรรพสิ่ง เอาใจใส่ดูแลกันด้วยศักดิ์ศรีและชีวิตใหม่ ที่พระผู้สร้างประทานให้ เป็นพระอาณาจักรที่เริ่มขึ้นแล้วในองค์พระเยซูคริสตเจ้า และกำลังมุ่งสู่ความสมบูรณ์ ที่จะเกิดขึ้น เมื่อพระองค์จะเสด็จมาอย่างรุ่งเรือง 4 พระคริสตเจ้าทรงสำแดงว่า พระองค์คือผู้ช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นอย่างแท้จริง ความรอดพ้น หมายถึง มนุษย์ที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระตรีเอกภาพอย่างมีความสุข พระเยซูเจ้าคือพระบุตรผู้ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ ที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาด้วยเดชะพระจิตเจ้า ทรงนำความเป็นหนึ่งเดียวนี้มาสู่มนุษย์ทุกคนและสรรพสิ่ง ทรงรักษาผู้ป่วยและทรงอภัยบาป ทรงเป็นเพื่อนกับบุคคลที่สังคมรังเกียจและทอดทิ้ง (เทียบ ลก.4:18) เพื่อยกฐานะพวกเขาให้มีความเสมอภาคและมีศักดิ์ศรี ทรงรักมนุษย์ทุกคน แม้ผู้ที่แสดงตนเป็นศัตรูเบียดเบียนพระองค์ ทรงยอมรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงกลับคืนพระชนมชีพ แสดงว่าพระองค์ทรงเป็นผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงส่งมา เพื่อรื้อฟื้นความสมานฉันท์และความประสานกลมเกลียวของสิ่งสร้างทั้งมวลกับพระเจ้า 5 พระเยซูเจ้าทรงสถาปนาพระศาสนจักร โดยทรงรวบรวมบรรดาศิษย์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ประทานพระจิตเจ้า เพื่อให้มนุษย์ได้รับผลแห่งการไถ่กู้โดยเฉพาะอาศัยศีลศักดิ์สิทธิ์ พระศาสนจักรจึงต้องปฏิบัติพระภารกิจของพระคริสตเจ้าต่อไป โดยจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความรักและการรับใช้ "เพื่อมนุษย์ทุกคนจะได้มีชีวิตอย่างสมบูรณ์ "(ยน. 10 : 10 ) พระศาสนจักรประกาศข่าวดีเรื่องชีวิต ปกป้องคุณค่าชีวิตมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งสิ้นชีวิต และสอนให้มีความเคารพต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์ทั้งด้านร่างกายและวิญญาณ 6 พระจิตเจ้าทรงช่วยพระศาสนจักร ให้รักษาความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าอย่างสม่ำเสมอ พระองค์ประทับอยู่ในพระศาสนจักรดุจดังในพระวิหาร ทรงนำพระศาสนจักรให้บรรลุถึงความจริงสมบูรณ์เกี่ยวกับพระ คริสตเจ้า และทรงมอบอำนาจให้พระศาสนจักรร่วมสร้างพระอาณาจักรต่อไป โดยเป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซูเจ้าในชีวิตประจำวัน พระจิตเจ้าทรงบันดาลให้ประชาชนซึ่งมีขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญา และความสามารถที่แตกต่างกัน มีเอกภาพในความหลากหลายของพระศาสนจักร ด้วยเหตุนี้ พระศาสนจักรจึงเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ พระจิตเจ้ายังทรงเตือนพระศาสนจักรว่า พระศาสนจักรมิได้ดำรงอยู่เพื่อตนเอง แต่เพื่อรับใช้พระคริสตเจ้าและเพื่อความรอดพ้นของโลก (เทียบ ศอ.17) 7 ดังนั้น โดยพระคริสตเจ้า พร้อมกับพระคริสตเจ้า และในพระคริสตเจ้า อาศัยการนำและพลกำลังของพระจิตเจ้า (เทียบ ยน.14:16,26) โดยทางพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ และตามแบบอย่างความอ่อนน้อมเชื่อฟังของพระมารดามารีย์ (เทียบ ลก.1:26 ฯลฯ) มนุษย์ที่ยอมตายจากตนเอง (เทียบ ยน.12:24-25) จึงจะกลับสู่สัมพันธภาพแห่งความรักในพระตรีเอกภาพ และบรรลุถึงชีวิตที่สมบูรณ์ |
||







